Accessibility Tools
วันนี้ (13 สิงหาคม 2569) นางสาวบุญธิดา เปล่งแสง รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เป็นประธานการประชุมติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการโครงการ Mekong EbA South พร้อมด้วย นายเทียน พิบูลสวัสดิ์ ผู้อำนวยการกองอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับคณะผู้แทนจากโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) นำโดย Ms.Yoko Moroizumi ผู้ประสานงานโครงการ องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) นำโดย Ms. Kathyrin Bimson ที่ปรึกษาด้านวิชาการและเทคนิคหลัก (Chief Technical Advisor: CTA) และผู้ร่วมดำเนินโครงการฯ จากประเทศเวียดนาม เข้าร่วมการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการโครงการ Mekong EbA South โครงการโดยอาศัยระบบนิเวศในบริบทความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนาในลุ่มน้ำโขง (โครงการ Mekong EbA South) ณ ห้องประชุมกองยุธศาสตร์และแผนงาน ชั้น 10 อาคารกรมทรัพยากรน้ำ
การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อแนะนำผู้เข้าร่วมโครงการรายใหม่ให้แก่ทีมงานเดิม โดยเฉพาะ Ms. Yoko Moroizumi ผู้ประสานงานโครงการคนใหม่ รวมถึงผู้ร่วมดำเนินโครงการจากประเทศเวียดนามตลอดจนเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการของทั้งประเทศไทยและประเทศเวียดนาม พร้อมทั้งหารือแนวทางการดำเนินงานและประเด็นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างต่อเนื่องและบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้

วันอังคารที่ 11 สิงหาคม 2569 นายเทียน พิบูลสวัสดิ์ ผู้อำนวยการกองอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ พร้อมด้วย
นายสิทธิชัย ศรีตระการ ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำที่ 2 มุกดาหาร สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 3 อุดรธานี และเจ้าหน้าที่ส่วนอนุสัญญาพื้นที่ชุ่มน้ำ ลงพื้นที่เพื่อติดตามการสร้างเครือข่ายโรงเรียนพื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetland School) ณ โรงเรียนโพธิ์ทองวิทยานุสรณ์ และโรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม จังหวัดบึงกาฬ
โดยภาคเช้าได้ลงพื้นที่โรงเรียนโพธิ์ทองวิทยานุสรณ์ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศการบริหารจัดการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำ ในวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลกของกรมทรัพยากรน้ำ โดยผู้อำนวยการโรงเรียน นายพิชิต อุปสิทธิ์ ได้ให้การต้อนรับและนำคณะครูบรรยายและนำเยี่ยมชมกิจกรรม โดยมีโรงเรียนเครือข่ายคือโรงเรียนโนนสมบูรณ์ (ธนาคารกรุงเทพ 29) ซึ่งได้รับรางวัลรองชนะเลิศการบริหารจัดการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำเข้าร่วมด้วย โรงเรียนได้ดำเนินการกุดทิงโมเดล เพื่ออนุรักษ์พื้นที่แรมซาร์ไซต์หนองกุดทิงมาตั้งแต่ปี 2549 และมีการเรียนการสอนด้านพื้นที่ชุ่มน้ำในหลักสูตรของโรงเรียน และยังขยายความร่วมมือในการอนุรักษ์กุดทิงไปยังชุมชนโดยรอบ โดยนักเรียนมีกิจกรรมได้แก่ การตรวจวัดคุณภาพน้ำของกุดทิง การใช้ต้นกกทอเสื่อ แปรรูปผลิตภัณฑ์ปลาต่าง ๆ จากพื้นที่ชุ่มน้ำ โดยมีการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นจากปราชญ์ชาวบ้าน และในภาคบ่ายได้ลงพื้นที่โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม โดยนายสากล รักชาติ ผู้อำนวยการโรงเรียน นำคณะครูบรรยายและนำเยี่ยมชมกิจกรรม โดยโรงเรียนมีรายวิชาพื้นที่ชุ่มน้ำบึงโขงหลงในหลักสูตรของโรงเรียน มีการจัดตั้งกลุ่มเยาวชนรู้รักษ์บึงโขงหลง และมีกิจกรรมตรวจวัดระดับน้ำ การนำจอกหูหนูยักษ์ซึ่งเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกรานมาใช้ประโยชน์ เช่น นำมาทำแผ่นดูดซับน้ำมัน ทำเป็นเชื้อเพลิง และมีการตรวจวัดคุณภาพน้ำ รวมทั้งความร่วมมือกับชุมชนโดยรอบ โดยโรงเรียนมีเป้าหมายในการจัดตั้งโรงเรียนเป็นศูนย์การเรียนรู้พื้นที่ชุ่มน้ำของจังหวัด และถ่ายทอดความรู้ด้านการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำแก่โรงเรียนอื่น ๆ โดยโรงเรียนเหล่านี้จะเป็นกลุ่มแรกที่ได้เข้าร่วมในเครือข่ายโรงเรียนพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งเอเชีย ภายใต้อนุสัญญาแรมซาร์

วันที่ 11 สิงหาคม 2569 กรมทรัพยากรน้ำและกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เเอนท์ เเมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อผลการศึกษาโครงการค่าใช้จ่ายในการศึกษาความเหมาะสม สำรวจ และออกแบบพื้นที่ชุ่มน้ำพรุแม่รำพึง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟูระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลการศึกษาโครงการฯ เบื้องต้น รวมทั้งกำหนดกรอบและแนวทางการจัดทำแผนหลักในการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำพรุแม่รำพึง พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินโครงการ
ในการนี้ นายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพาน ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อผลการศึกษาโครงการฯ ณ นิรินทร์ ริเวอร์ไซด์ สตูดิโอ บางสะพาน อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมี ดร.เทพรัตน์ วิริโยธิน ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมและประสานมวลชน กองอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ เป็นผู้กล่าวรายงาน สำหรับการประชุมฯ ในครั้งนี้ มีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) ผู้นำชุมชน ประชาชนรอบพื้นที่พรุแม่รำพึง เข้าร่วมประชุม

วันพุธที่ 5 สิงหาคม 2569 กรมทรัพยากรน้ำเเละกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เเอนท์ เเมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด ดำเนินการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อผลการศึกษาโครงการค่าใช้จ่ายในการศึกษาความเหมาะสม สำรวจ ออกแบบพื้นที่ชุ่มน้ำพรุหญ้าท่าตอน จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟูระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ของการประชุมเพื่อนำเสนอผลการศึกษาโครงการเบื้องต้น พร้อมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์จากทุกภาคส่วน
ในการนี้ นายนิติฬ์ปกรน์ แสงษุวรรน์ นายอำเภอแม่อาย ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อผลการศึกษาโครงการฯ ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนางนันทวรรณ เหล่าฤทธิ์ ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำ เป็นผู้กล่าวรายงาน ซึ่งมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ตำบลท่าตอนและตำบลแม่นาวาง เข้าร่วมการประชุม สำหรับการประชุมในครั้งนี้ได้มีการนำเสนอผลการศึกษาสถานภาพของพื้นที่ชุ่มน้ำพรุหญ้าท่าตอน เเนวทางในการเเบ่งเขตการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ชุ่มน้ำ เเผนหลักเพื่อการอนุรักษ์เเละฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำรวมทั้งมาตรการอนุรักษ์เเละฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำพรุหญ้าท่าตอน

วันนี้ (17 กรกฎาคม 2569) นางสาวบุญธิดา เปล่งแสง รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารโครงการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยอาศัยระบบนิเวศในบริบทความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนาในลุ่มน้ำโขง (โครงการ Mekong EbA South) ครั้งที่ 1/2569 โดยมีผู้บริหารกรมทรัพยากรน้ำ คณะอนุกรรมการ และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกองยุทธศาสตร์และแผนงาน ชั้น 10 กรมทรัพยากรน้ำ และผ่านระบบ Zoom
ที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการ สถานะการเงิน และผลการตรวจสอบบัญชี พร้อมร่วมพิจารณาแผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับการรับโอนเงินทดรองงวดที่ 4 ตลอดจนแนวทางการขับเคลื่อนโครงการในปี 2569–2570 และรายงานความก้าวหน้าโครงการ (Project Performance Reports: PPR) เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสนับสนุนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยอาศัยระบบนิเวศในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงอย่างยั่งยืน

วันนี้ (14 กรกฎาคม 2569) นายไพโรจน์ พลเพชร ที่ปรึกษากฎหมายคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมรับฟังข้อเท็จจริงและหารือแนวทางแก้ไขปัญหา กรณีการดำเนินโครงการขุดลอกเวียงหนองหล่ม ในพื้นที่อำเภอแม่จันและอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ วิถีชีวิต และการประกอบอาชีพของประชาชน โดยมีนางสาวบุญธิดา เปล่งแสง รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำ ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมชลประทาน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมทรัพยากรน้ำ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มูลนิธิพื้นที่ชุ่มน้ำไทย รวมถึงพยานผู้เชี่ยวชาญ เข้าร่วมให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะครอบคลุมทุกด้าน
ในการนี้ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำและผู้รับผิดชอบในการขับเคลื่อนแผนพัฒนาและฟื้นฟูพื้นที่เวียงหนองหล่มใน 5 ด้าน พร้อมทั้งหารือขั้นตอนการดำเนินงาน กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และแนวทางการฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ประเด็นการบริหารจัดการและคุ้มครองพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทย ทั้งความเป็นมาของการเข้าร่วมอนุสัญญาแรมซาร์ การกำหนดขอบเขตพื้นที่ชุ่มน้ำ หน่วยงานที่รับผิดชอบหรือมีส่วนเกี่ยวข้อง สถานะและความสำคัญของเวียงหนองหล่ม ลักษณะทางกายภาพ ระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนการสำรวจขอบเขตพื้นที่และการจัดทำแผนพัฒนาระดับท้องถิ่น ควบคู่กับการรวบรวมข้อจำกัด ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อนำไปสู่การกำหนดแนวทางคุ้มครองและอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำที่สมดุล โปร่งใส และเป็นธรรม โดยคำนึงถึงความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศ วิถีชีวิต และสิทธิของประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้เวียงหนองหล่มได้รับการอนุรักษ์ ฟื้นฟูและใช้ประโยชน์อย่างชาญฉลาดและยั่งยืนในระยะยาว

วันนี้ (14 กรกฎาคม 2569) ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำ ครั้งที่ 1/2569 พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงฯ โดยมีนายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ตลอดจนผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามความก้าวหน้าและร่วมพิจารณาแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทยอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบรายงานสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ ระดับนานาชาติ และระดับชาติ ตลอดจนผลการจัดงานวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Wetlands and traditional knowledge: Celebrating cultural heritage” รวมถึงผลการขึ้นทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู) เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี จังหวัดสมุทรปราการ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ(Ramsar Site) ลำดับที่ 16 ของประเทศไทย นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือแนวทางแก้ไขปัญหาพื้นที่ชุ่มน้ำเวียงหนองหล่มและผลกระทบต่อระบบนิเวศจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน การเชื่อมโยงกลไกบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำระดับจังหวัดผ่านการแต่งตั้งคณะทำงานพื้นที่ชุ่มน้ำจังหวัด ตลอดจนการพัฒนาคู่มือรวบรวมสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำ พร้อมทั้งพิจารณาการเสนอขึ้นทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำพรุคันธุลี ตำบลคันธุลี อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ(Ramsar Site) เพื่อยกระดับการคุ้มครองคุณค่าด้านระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างชาญฉลาดและการมีส่วนร่วมของประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่อย่างยั่งยืน ณ ห้องประชุม ชั้น 17 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

วันนี้ (10 ก.ค. 69) นางสาวบุญธิดา เปล่งแสง รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ พร้อมด้วย นายเทียน พิบูลสวัสดิ์ ผู้อำนวยการกองอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมกิจกรรม “โตโยต้าปลูกป่าชายเลน ปีที่ 19” ซึ่งจัดขึ้นโดยบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ณ สถานตากอากาศบางปู จังหวัดสมุทรปราการ โดยมี นายวัฒนา เจริญจิตร นายอำเภอเมืองสมุทรปราการ เป็นประธานในพิธีเปิด
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่ง เพิ่มพื้นที่สีเขียวและป่าชายเลน ซึ่งสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ดีกว่าป่าบก 5-10 เท่า รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างสมดุลให้กับสิ่งแวดล้อม โดยมีจิตอาสาและภาคีเครือข่ายเข้าร่วมปลูกป่าชายเลนกว่า 25,000 ต้น พร้อมร่วมกันขับเคลื่อนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

เมื่อวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม 2569 นายเทียน พิบูลย์สวัสดิ์ ผู้อำนวยการกองอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ มอบหมายให้ นายสนใจ หะวานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพื้นที่ชุ่มน้ำ นางนันทวรรณ เหล่าฤทธิ์ ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำ และเจ้าหน้าที่กองอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ เข้าร่วมการประชุมหารือและซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกรอบหน้าที่และอำนาจของกรมทรัพยากรน้ำ ณ สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 8 โดยมีนายกิตติศักดิ์ ใจดี ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 8 และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 8 ให้การต้อนรับ
เมื่อวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม 2569 คณะเจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำ ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมควบคุมมลพิษ กรมโยธาธิการและผังเมือง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ ลงพื้นที่ประสานและติดตามการดำเนินงานการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำสาธารณะและพื้นที่ชุมน้ำในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Ramsar sites) และให้ความเห็นต่อโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเลพร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ พื้นที่ชายฝั่งทะเลบ้านหลังเขา หมู่ที่ 5 ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ในการนี้คณะผู้เเทนกรมทรัพยากรน้ำได้เสนอเเนะให้ผู้ดำเนินโครงการ พิจารณาดำเนินการโดยมิขัดกับกฎกระทรวง การอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำสาธารณะในพื้นที่ชุ่มน้ำ มิให้เสื่อมสภาพ เสื่อมประโยชน์ หรือเกิดภาวะมลพิษ พ.ศ. 2568 และให้ข้อเสนอเเนะอื่น ๆ เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างยั่งยืนต่อไป

วันนี้ (3 กรกฎาคม 2569) นางสาวบุญธิดา เปล่งแสง รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เป็นประธานการประชุมโครงการความร่วมมือด้านการติดตามและประเมินพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทย ระหว่างกรมทรัพยากรน้ำและสถาบันสิ่งแวดล้อมสตอกโฮล์ม (Stockholm Environment Institute: SEI) โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมกองอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ชั้น 7 อาคารกรมทรัพยากรน้ำ และผ่านระบบ Zoom Meeting
โดยที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาความก้าวหน้าการดำเนินโครงการ ผลการคัดเลือกพื้นที่เป้าหมายสำหรับการดำเนินงาน ตลอดจนแผนการลงพื้นที่สำรวจภาคสนาม เพื่อขับเคลื่อนการติดตามและประเมินสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศให้มีประสิทธิภาพ และสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและระบบนิเวศอย่างยั่งยืน

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2569 นายเทียน พิบูลย์สวัสดิ์ ผู้อำนวยการกองอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ พร้อมด้วยนายชนาวัชร อรุณรัตน์ ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำสาธารณะ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมหารือเพื่อพิจารณารายละเอียด ทบทวน ปรับปรุงเเละยืนยันความถูกต้องของเกณฑ์ ซึ่งประกอบด้วย 4 มิติ 19 ตัวชี้วัด เพื่อเป็นการขับเคลื่อนดัชนีสุขภาพแม่น้ำ (RHI) ให้สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริงและมีความถูกต้องตามหลักวิชาการ
ภาพกิจกรรม

วันที่ 23 มิถุนายน 2569 นายเทียน พิบูลย์สวัสดิ์ ผู้อำนวยการกองอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ (กอน.) มอบหมายให้นายกุลวรรธน์ แก้วเก่า นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ เป็นผู้แทนกองอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ พร้อมด้วย นายวิเชียร ทองบัว ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำที่ 1 สุราษฎร์ธานี สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 10ผู้แทนสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) และประธานคณะกรรมการป่าพรุคันธุลี เข้าร่วมการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลคันธุลี สมัยวิสามัญ ครั้งที่ 1 ประจำปี พ.ศ. 2569 ณ ห้องประชุมองค์การบริหาร ส่วนตำบลคันธุลี จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยได้นำเสนอความก้าวหน้าการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องในวาระเพื่อพิจารณาเรื่อง “การเสนอขึ้นทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำพรุคันธุลีเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (แรมซาร์ไซต์)” ให้สภา อบต. คันธุลีพิจารณา ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการเสนอขึ้นทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำดังกล่าวเป็น แรมซาร์ไซต์ โดย ทน. จะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

วันที่ 29 มิถุนายน 2569 นายเทียน พิบูลสวัสดิ์ ผู้อำนวยการกองอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ (กอน.) และเจ้าหน้าที่กองอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ เข้าร่วมการประชุม "Technology Needs Assessment (TNA) นโยบายและกลไกการขับเคลื่อนเทคโนโลยีเพื่อเร่งการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย" ซึ่งจัดโดย สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ณ โรงแรม สุโกศล กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารือแนวนโยบายและกลไกการขับเคลื่อนเทคโนโลยีด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศ ทั้งนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดและปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “สร้างอนาคตใหม่ของประเทศไทย: จาก TNA สู่การเปลี่ยนผ่านที่ยั่งยืนและแข่งขันได้ในเวทีโลก” การประชุมได้นำเสนอผลการดำเนินโครงการประเมินความต้องการเทคโนโลยี (TNA) ฉบับที่ 2 ของประเทศไทย เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) และการเข้าถึงกลไกการเงินระดับโลก ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (Global Environment Facility: GEF) โดยมุ่งเน้นการประเมินและจัดลำดับความสำคัญของเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ ซึ่งรวมถึงภาคส่วนด้านทรัพยากรน้ำ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีบริหารจัดการน้ำและรับมือภัยแล้งหรือน้ำท่วม นอกจากนี้ ได้หารือแนวทางการบูรณาการผล TNA เข้าสู่กลไกเชิงนโยบายระดับชาติ และเปิดพื้นที่ให้ผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อการเปลี่ยนผลการประเมินเทคโนโลยีให้เกิดผลกระทบจริง รวมทั้งเปิดเวทีเสวนาในหัวข้อ "Turning TNA into Impact: Financing, Policy & Technology Pathways for Thailand" โดยมีผู้แทนหน่วยงานทั้งองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วมเสวนาดังกล่าว
**ขอบคุณภาพประกอบจาก สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.)

วันที่ 26 มิถุนายน 2569 นายเทียน พิบูลย์สวัสดิ์ ผู้อำนวยการกองอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับประเทศ เรื่อง Support and Coordinate the Scaling Up of the Watershed Management Pilot of Basin wide Significance เพื่อร่วมนำเสนอกรอบการวางแผนและบริหารจัดการลุ่มน้ำระดับภูมิภาค แผนปฏิบัติการเชิงโครงการ และจัดทำขอบเขตการดำเนินงานสำหรับโครงการนำร่องแนวปฏิบัติที่ดีด้านการบริหารจัดการในลุ่มน้ำสำคัญระดับลุ่มน้ำโขง ณ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)

วันที่ 24 มิถุนายน 2569 นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาโครงการระดับชาติ โครงการเสริมสร้างความสามารถของเมืองและธรรมชาติในการตั้งรับปรับตัวต่อผลกระทบจากวิกฤติสภาพภูมิอากาศ (Urban Resilience Building and Nature) ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนางสาวบุญธิดา เปล่งแสง รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ พร้อมด้วยผู้บริหารกรมฯ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่าย และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 202 อาคารกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของโครงการ ตลอดจนรับทราบผลการขับเคลื่อนกิจกรรมในพื้นที่นำร่องจังหวัดเชียงรายและจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งมุ่งส่งเสริมการประยุกต์ใช้แนวทางการแก้ไขปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติเป็นฐาน (Nature-based Solutions : NbS) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของเมืองและระบบนิเวศในการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและพิจารณาแนวทางการสนับสนุนนโยบายระดับชาติด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับการรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาเมืองกับการอนุรักษ์ระบบนิเวศในระยะยาว

วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2569 นายเทียน พิบูลย์สวัสดิ์ ผู้อำนวยการกองอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ มอบหมายให้ นางนันทวรรณ เหล่าฤทธิ์ ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ เข้าร่วมหารือกับ นายสถาพร ไวว่อง ผู้อำนวยงานส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำที่ 4 เชียงราย นายภัคเกษม ธงชัย ผู้แทนองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) นายสายันต์ ข้ามหนึ่ง ประธานสมาคมเเม่น้ำเพื่อชีวิต และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ณ ศูนย์ประสานงานองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) จังหวัดเชียงราย เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำ "แม่น้ำอิงตอนล่าง" และ วางกรอบแนวทางอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาพื้นที่เพื่อผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างชาญฉลาด (Wise Use) จากนั้นลงพื้นที่เพื่อประสานและติดตามการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำอิงตอนล่างเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มี ความสำคัญระหว่างประเทศ (แรมซาร์ไซต์) ต่อไป

วันที่ 15 - 17 มิถุนายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำ ลงพื้นที่และจัดประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 1 - 3 โครงการค่าใช้จ่ายในการศึกษาความเหมาะสม สำรวจ ออกแบบพื้นที่ชุ่มน้ำพรุหญ้าท่าตอน จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟูระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติ โดยได้รับเกียรติจาก นายนิติฬ์ปกรน์ แสงษุวรรน์ นายอำเภอแม่อาย นายไมตรี ดวงใจ ปลัดอำเภอ เป็นประธานในกล่าวเปิดการประชุมครั้งที่ 1 - 2 ตามลำดับ ณ ห้องประชุม อบต.ท่าตอน และนายยศพัทธ์ จันทร์ทิพย์ ปลัดอำเภอ เป็นประธานในกล่าวเปิดการประชุมครั้งที่ 3 ณ ห้องประชุม อบต.เเม่นาวาง ในการนี้ นางนันทวรรณ เหล่าฤทธิ์ ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำ เป็นผู้กล่าวรายงานความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยมุ่งเน้นการศึกษาความเหมาะสมเชิงพื้นที่และนิเวศวิทยาที่ยังคงสภาพเป็นพื้นที่พรุน้ำจืด พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำพรุหญ้าท่าตอน ซึ่งเป็ทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่าทั้งด้านระบบนิเวศ วิถีชีวิต และเศรษฐกิจของชุมชน
ในการประชุมทั้ง 3 ครั้ง ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และสภาพปัญหาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้การศึกษามีความครบถ้วนรอบด้าน และสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่อย่างแท้จริง โดยกรมทรัพยากรน้ำและคณะที่ปรึกษาโครงการจะนำข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อมูลที่ได้รับจากการประชุมไปประกอบการศึกษา วิเคราะห์ และออกแบบแนวทางการฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำพรุหญ้าท่าตอน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป

เมื่อวันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2569 นายเทียน พิบูลย์สวัสดิ์ ผู้อำนวยการกองอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ (กอน.)พร้อมด้วยนางสาวประอร อุดมประเสริฐ ผู้อำนวยการส่วนอนุสัญญาพื้นที่ชุ่มน้ำ และเจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำ พร้อมด้วยบริษัทที่ปรึกษา เข้าพบนางสาวชินานาฏ ลิกขะไชย ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม ผู้เเทนสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระนอง ณ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระนอง เพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลโครงการค่าใช้จ่ายในการจัดทำรายงาน National Report ของประเทศไทยตามพันธกรณีของอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ ประจำปี พ.ศ. 2569 พร้อมทั้งหารือ รับฟังและให้ข้อมูลสถานการณ์และแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำในจังหวัดระนอง ทั้งนี้ คณะได้ลงพื้นที่บริเวณพื้นที่ป่าชายเลนในเมือง และพื้นที่อุทยานแห่งชาติลำน้ำกระบุรี จังหวัดระนอง เพื่อติดตามสถานการณ์พื้นที่ชุ่มน้ำ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ และการมีส่วนร่วมของชุมชนในการอนุรักษ์ระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ

วันที่ 12 มิถุนายน 2569 นางสาวบุญธิดา เปล่งแสง รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ร่วมประชุมติดตามการดำเนินโครงการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยอาศัยระบบนิเวศในบริบทความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนาในลุ่มน้ำโขง (Mekong EbA South) ร่วมกับ IUCN โดยมีการติดตามการดำเนินงานในมาตรการทั้ง 4 ด้าน ประกอบด้วย มาตรการทางการเกษตรที่มีความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ มาตรการปรับตัวโดยอาศัยระบบนิเวศเพื่อรักษาบริการของระบบนิเวศ มาตรการเพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำและการจัดการน้ำ และมาตรการทางเลือกการดำรงชีวิตที่ยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ ณ ห้องประชุมสำนักเลขานุการกรม ชั้น 6 อาคารกรมทรัพยากรน้ำ
