ลุ่มน้ำยังเป็นลุ่มน้ำสาขาของลุ่มน้ำชี (รหัสลุ่มน้ำ 04) ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของ ไทย มีพื้นที่ลุ่มน้ำรวมประมาณ 4123.82 ตร.กม. หรือ 2,627,688 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ จังหวัดกาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด และสกลนคร แสดงดังต่อไปนี้ และมีที่ตั้งตามพิกัด UTM 48 N คือ ละติจูด (E) 360000E ถึง 430000E และ ลองติจูด (N) 1740000N ถึง 1870000N โดยขอบเขตพิกัดทั้ง 4 ด้านแสดงดังนี้
ซ้ายบน : 360000E , 1870000N
ซ้ายล่าง : 360000E , 1740000N
ขวาบน : 430000E , 1870000N
ขวาล่าง : 430000E , 1740000N
นอกจากนี้ พื้นที่ลุ่มน้ำยังมีอาณาเขตติดต่อกับพื้นที่ข้างเคียงดังนี้
|
ทิศเหนือ |
ติดกับ |
อำเภอภูพานและเต่างอย จังหวัดสกลนคร |
|
ทิศใต้ |
ติดกับ |
อำเภออาจสามารถและพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด |
|
ทิศตะวันออก |
ติดกับ |
อำเภอดงหลวง คำชะนี และหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร |
|
ทิศตะวันตก |
ติดกับ |
อำเภอสมเด็จ นามน และดอนจาน จังหวัดกาฬสินธุ์ |
ขอบเขตการปกครอง
ลุ่มน้ำยังเป็นลุ่มน้ำสาขาของลุ่มน้ำชีที่มีพื้นที่ลำน้ำครอบคลุม 21 อำเภอ ใน 5 จังหวัด โดยพื้นที่หลักของลำน้ำยัง คือ อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด โดยรายละเอียดพื้นที่ของอำเภอที่เป็นที่ตั้งของลำน้ำยังแสดงดังนี้
|
ลำดับที่ |
อำเภอ |
จังหวัด |
พื้นที่ตร.กม . |
|
1 |
กุฉินารายณ์ |
กาฬสินธุ์ |
739.25 |
|
2 |
เขาวง |
กาฬสินธุ์ |
205.11 |
|
3 |
ดอนจาน |
กาฬสินธุ์ |
194.96 |
|
4 |
นาคู |
กาฬสินธุ์ |
203.09 |
|
5 |
นามน |
กาฬสินธุ์ |
245.33 |
|
6 |
สมเด็จ |
กาฬสินธุ์ |
454.10 |
|
7 |
ห้วยผึ้ง |
กาฬสินธุ์ |
256.83 |
|
8 |
คำชะอี |
มุกดาหาร |
645.69 |
|
9 |
ดงหลวง |
มุกดาหาร |
377.16 |
|
10 |
หนองสูง |
มุกดาหาร |
410.35 |
|
11 |
กุดชุม |
ยโสธร |
544 |
|
12 |
ทรายมูล |
ยโสธร |
272.78 |
|
13 |
เมืองยโสธร |
ยโสธร |
578.22 |
|
14 |
เลิงนกทา |
ยโสธร |
942.80 |
|
15 |
โพธิ์ชัย |
ร้อยเอ็ด |
394.31 |
|
16 |
โพนทอง |
ร้อยเอ็ด |
719.15 |
|
17 |
เมยวดี |
ร้อยเอ็ด |
180.59 |
|
18 |
เสลภูมิ |
ร้อยเอ็ด |
792.34 |
|
19 |
หนองพอก |
ร้อยเอ็ด |
599.47 |
|
20 |
เต่างอย |
สกลนคร |
328 |
|
21 |
ภูพาน |
สกลนคร |
668 |

ระบบลุ่มน้ำและลำน้ำ
ลำน้ำยังตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยถือเป็นแม่น้ำสาขาของแม่น้ำชี พื้นที่ที่มีลำน้ำยังไหลผ่านครอบคลุมจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งหมด 5 จังหวัด 21 อำเภอ ได้แก่จังหวัดกาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ดและสกลนคร ซึ่งมีการแบ่งเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำยังตอนบน ตอนกลางและ ตอนล่าง แสดงดังนี้

อ่างเก็บน้ำและผังน้ำ
ลำน้ำยังตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์และร้อยเอ็ด มีต้นน้ำมาจากเทือกเขาภูพาน และมีพื้นที่เก็บน้ำตลอดลำน้ำยัง ก่อนไหลลงสู่ลำน้ำชี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบริเวณพื้นที่ลำน้ำยังตอนบน อำเภอห้วยผึ้ง อำเภอนาคู อำเภอเขาวง และอำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่มีอ่างเก็บน้ำในขอบเขตลำน้ำยัง 8 อ่าง และมีอ่างเก็บน้ำบริเวณลำน้ำยังตอนกลาง อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 2 อ่าง โดยมีรายละเอียดของความจุอ่างเก็บน้ำและปริมาณน้ำ อ้างอิงจากสำนักงานชลประทานที่ 6 เข้าถึง ณ วันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2567 แสดงดังนี้
|
ชื่ออ่างเก็บน้ำ |
ความจุอ่างเก็บน้ำ |
ปริมาณน้ำ |
ร้อยละของปริมาณน้ำ |
|
ตอนบน |
|||
|
อ่างฯ ห้วยสะทด |
11.66 |
3.06 |
26.21 |
|
อ่างฯ ห้วยฝา |
6.42 |
2.61 |
40.57 |
|
อ่างฯ ห้วยผึ้ง |
4.15 |
1.25 |
30.17 |
|
อ่างฯ ห้วยจาน |
0.25 |
0.33 |
130.07 |
|
อ่างฯ ห้วยมะโน |
5.82 |
1.50 |
25.88 |
|
อ่างฯ ห้วยสายนาเวียง |
0.96 |
0.37 |
38.71 |
|
อ่างฯ ลำพะยัง (ตอนบน) |
4.14 |
2.41 |
58.32 |
|
อ่างฯ ห้วยจุมจัง |
7.38 |
1.36 |
18.43 |
|
ตอนกลาง |
|||
|
อ่างฯ ห้วยวังนอง |
11.49 |
7.64 |
66.45 |
|
อ่างฯ ห้วยพุงใหญ่ |
7.8 |
6.83 |
87.59 |


ปริมาณน้ำฝนและการกระจายตัวของฝน

กราฟแท่งระหว่างพื้นที่กับฝนรายปีเฉลี่ย
ที่มา: สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (2566)
ปริมาณน้ำฝนรายปีเฉลี่ย (มม.) ของปี พ.ศ. 2566 ในพื้นที่ลำน้ำยัง ประกอบด้วย
- อำเภอกุฉินารายณ์ อำเภอเขาวง อำเภอนาคู อำเภอนามน อำเภอสมเด็จ และอำเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์
- อำเภอคำชะอี อำเภอดงหลวง และอำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร
- อำเภอกุดชุม อำเภอเมืองยโสธร และอำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร
- อำเภอโพธิ์ชัย อำเภอโพนทอง อำเภอเมยวดี และอำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด
- อำเภอเต่างอย และอำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร
|
อำเภอ |
ปริมาณฝนรายปีเฉลี่ย(มม .) |
|
กาฬสินธุ์ |
|
|
กุฉินารายณ์ |
1748 |
|
เขาวง |
537 |
|
นาคู |
1207 |
|
นามน |
1511 |
|
สมเด็จ |
319 |
|
ห้วยผึ้ง |
1299 |
|
มุกดาหาร |
|
|
คำชะอี |
790 |
|
ดงหลวง |
547 |
|
หนองสูง |
62 |
|
ยโสธร |
|
|
กุดชุม |
1097 |
|
เมืองยโสธร |
1162 |
|
เลิงนกทา |
1491 |
|
ร้อยเอ็ด |
|
|
โพธิ์ชัย |
1441 |
|
โพนทอง |
727 |
|
เมยวดี |
1309 |
|
เสลภูมิ |
713 |
|
สกลนคร |
|
|
เต่างอย |
1933 |
|
ภูพาน |
959 |
ปริมาณน้ำท่า

ทำกราฟแท่งระหว่างพื้นที่กับน้ำท่ารายปีเฉลี่ย
ที่มา: สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (2566)
ปริมาณน้ำท่ารายปีเฉลี่ยในแต่ละอำเภอมีค่าผันแปรแตกต่างกันไป โดยอำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์มีค่าปริมาน้ำท่ารายปีเฉลี่ยอยู่ที่ 55.49 ล้าน ลบ.ม. อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร มีค่าปริมาณน้ำท่ารายปีเฉลี่ยระหว่าง 3.29-31.42 ล้าน ลบ.ม. และอำเภอโพนทอง และอำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ดมีค่าปริมาณน้ำท่ารายปีเฉลี่ยระหว่าง 85.58-1163.83 ล้าน ลบ.ม.
กลุ่มชุดดิน
ภูมิสัณฐานและกลุ่มชุดดินในลุ่มน้ำยังมีสภาพที่ดินในพื้นที่ลุ่มน้ำส่วนใหญ่เป็นดินที่เกิดบนลานตะพักลำน้ำระดับต่ำและลานตะพักลำน้ำค่อนข้างใหม่ มีพื้นที่ร้อยละ 51.48 พื้นที่ที่เหลือเป็นดินที่เกิดบนที่ราบน้ำท่วมถึงและสันดินริมน้ำมีพื้นที่ร้อยละ 3.74 เป็นดินที่เกิดบนพื้นที่ผิวเหลือค้างจากการกัดกร่อนและที่ราบเชิงเขา มีพื้นที่ร้อยละ 1.91 เป็นดินที่เกิดบนพื้นที่ลานตะพักลำน้ำระดับกลางและระดับสูงมีพื้นที่ร้อยละ 33.31 เป็นพื้นที่ภูเขาร้อยละ 5.17 เป็นแหล่งน้ำและอื่นๆ ร้อยละ 4.39 โดยมีกลุ่มชุดดินทั้งหมด 21 กลุ่มชุดดิน มีรายละเอียดดังนี้
|
กลุ่มชุดดิน |
พื้นที่ |
กลุ่มชุดดิน |
พื้นที่ |
||
|
(ไร่ ) |
ร้อยละ |
(ไร่ ) |
ร้อยละ |
||
|
2 |
50,629 |
1.95 |
41 |
178,628 |
6.90 |
|
3 |
20,304 |
0.78 |
44 |
17,598 |
0.68 |
|
6 |
17,038 |
0.66 |
48 |
49 |
0.002 |
|
7 |
9,160 |
0.35 |
49 |
4,397 |
0.17 |
|
17 |
414,156 |
15.99 |
51 |
409 |
0.02 |
|
18 |
13,554 |
0.52 |
56 |
49,431 |
1.91 |
|
20 |
2,926 |
0.11 |
61 |
64,131 |
2.48 |
|
22 |
769,545 |
29.70 |
62 |
119,972 |
4.63 |
|
24 |
111,047 |
4.29 |
RL |
13,873 |
0.54 |
|
25 |
22,636 |
0.87 |
U |
18,861 |
0.73 |
|
33 |
336 |
0.01 |
W |
30,141 |
1.16 |
|
35 |
211,905 |
8.18 |
รวม |
2,590,625 |
100.00 |
|
40 |
449,899 |
17.37 |
|||
ที่มา: กรมทรัพยากรน้ำ (2549)
การใช้ประโยชน์ที่ดิน
พื้นที่ในขอบเขตลุ่มน้ำยังมีการใช้ประโยชน์ที่ดินในด้านพื้นที่เกษตรกรรมมากที่สุดคือ 1,926,677 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 74.75 รองลงมาเป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินด้านพื้นที่ป่าไม้คือ 332742 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 12.91 ถัดมาเป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินในด้านพื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้างคือ 141,546 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 5.49 การใช้ประโยชน์ที่ดินในด้านพื้นที่อื่นๆคือ 88,659 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 3.44 และด้านพื้นที่น้ำเป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินน้อยที่สุดคือ 87,760 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 3.41 รายละเอียดแสดงดังนี้
|
การใช้ประโยชน์ที่ดิน |
เนื้อที่ |
รวมทั้งหมด |
ร้อยละ |
|||
|
กาฬสินธุ์(ไร่ ) |
ร้อยเอ็ด(ไร่ ) |
ยโสธร(ไร่ ) |
มุกดาหาร(ไร่ ) |
|||
|
พื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง |
6,9471.58 |
60,087.98 |
11,424.67 |
561.86 |
141,546.09 |
5.49 |
|
ตัวเมืองและย่านการค้า |
7386.37 |
6627.54 |
14013.91 |
0.54 |
||
|
หมู่บ้าน |
46577.12 |
38883.58 |
11424.67 |
418.26 |
97303.62 |
3.78 |
|
สถานที่ราชการและสถาบันต่าง ๆ |
8692.34 |
12826.99 |
65.06 |
21584.39 |
0.84 |
|
|
สถานีคมนาคม |
1707.94 |
430.03 |
77.55 |
2215.51 |
0.09 |
|
|
พื้นที่อุตสาหกรรม |
4380.62 |
1097.99 |
1.00 |
5479.61 |
0.21 |
|
|
สิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ |
717.31 |
221.85 |
939.16 |
0.04 |
||
|
สนามกอล์ฟ |
9.89 |
9.89 |
0.0004 |
|||
|
พื้นที่เกษตรกรรม |
767,451.37 |
938,475.10 |
206,964.99 |
13,785.95 |
1,926,677.41 |
74.75 |
|
เกษตรผสมผสาน/ |
57.35 |
57.35 |
0.002 |
|||
|
พื้นที่นา |
411638.53 |
574714.62 |
125770.34 |
5484.35 |
1117607.84 |
43.36 |
|
พืชไร่ |
222494.11 |
279250.58 |
38750.57 |
3783.40 |
544278.67 |
21.12 |
|
ไม้ยืนต้น |
114327.54 |
80624.39 |
42420.79 |
4264.80 |
241637.53 |
9.38 |
|
ไม้ผล |
3789.08 |
1989.80 |
250.85 |
6029.73 |
0.23 |
|
|
พืชสวน |
323.93 |
468.53 |
14.67 |
807.14 |
0.03 |
|
|
ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ |
14349.40 |
8.61 |
2.54 |
14360.55 |
0.56 |
|
|
ผักบุ้ง |
8.83 |
8.83 |
0.0003 |
|||
|
สถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำร้าง |
519.95 |
1369.83 |
1889.78 |
0.07 |
||
|
พื้นที่ป่าไม้ |
204,079.43 |
87,925.07 |
27,826.28 |
12,911.84 |
332,742.61 |
12.91 |
|
ป่าไม่ผลัดใบ |
11703.23 |
98.39 |
11801.63 |
0.46 |
||
|
ป่าผลัดใบ |
188923.73 |
87140.48 |
27823.94 |
12813.44 |
316701.59 |
12.29 |
|
ป่าปลูก |
3452.46 |
784.59 |
2.34 |
4239.39 |
0.16 |
|
|
พื้นที่น้ำ |
39,204.32 |
41,921.63 |
5,576.76 |
1,057.72 |
87,760.43 |
3.41 |
|
แหล่งน้ำธรรมชาติ |
21187.56 |
29145.80 |
5576.76 |
16.30 |
55926.41 |
2.17 |
|
แหล่งน้ำที่สร้างขึ้น |
18016.76 |
12775.84 |
1041.41 |
31834.01 |
1.24 |
|
|
พื้นที่อื่น ๆ |
38,016.15 |
38,608.48 |
11,052.03 |
982.52 |
88,659.17 |
3.44 |
|
ทุ่งหญ้าธรรมชาติและไม้ละเมาะ |
35998.72 |
33477.42 |
8075.08 |
982.52 |
78533.74 |
3.05 |
|
พื้นที่ลุ่ม |
1348.05 |
4189.52 |
2944.43 |
8481.99 |
0.33 |
|
|
เหมืองแร่ บ่อขุด |
268.10 |
556.84 |
26.40 |
851.34 |
0.03 |
|
|
พื้นที่อื่น ๆ |
331.03 |
336.57 |
6.12 |
673.72 |
0.03 |
|
|
ที่ทิ้งขยะ |
70.25 |
48.13 |
118.38 |
0.005 |
||
ที่มา: กรมพัฒนาที่ดิน (2562)
คุณภาพน้ำผิวดิน
การติดตามตรวจสอบและเฝ้าระวังคุณภาพน้ำผิวดิน ของสถานีติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายหลัก ของกรมควบคุมมลพิษที่ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำยังจำนวน 2 สถานี ได้แก่ สถานี LYN02 (บ้านกุดโง้ง ตำบลกุดค้าว) และ สถานี LYN01 (ตำบลสมสะอาด) ในลำน้ำยัง โดยสถานการณ์ระดับคุณภาพน้ำผิวดิน ปี พ.ศ. 2558-2566 ของทั้งสองสถานีแสดงดังต่อไปนี้ และพบว่าทั้งสองสถานีส่วนใหญ่มีแนวโน้มอยู่ในเกณฑ์ดี และค่าดัชนีคุณภาพน้ำ pH DO BOD TCB FCB TP NO3 ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานน้ำผิวดินสำหรับแหล่งน้ำประเภทที่ 2

| คุณภาพน้ำผิวดินในลำน้ำยังปี พ.ศ. 2558 - 2566 ตามเกณฑ์ WQI ของกรมควบคุมมลพิษ จุดตรวจวัดของสถานีติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำ บริเวณลุ่มน้ำยังตอนกลาง เกณฑ์ WQI : | |
| 0-30 คะแนน | เสื่อมโทรมมาก |
| 31-60 คะแนน | เสื่อมโทรม |
| 61-70 คะแนน | พอใช้ |
| 71-90 คะแนน | ดี |
| 91-100 คะแนน | ดีมาก |
| ปี (พ.ศ.) | LYN02 (กุดค้าว) | LYN01 (สมสะอาด) |
| 2558 | 63 | 61 |
| 2559 | 93 | 95 |
| 2560 | 66 | 62 |
| 2561 | 89 | 86 |
| 2562 | 73 | 76 |
| 2563 | - | 75 |
| 2564 | - | 92 |
| 2565 | 92 | 79 |
ที่มา: ระบบฐานข้อมูลคุณภาพน้ำ กรมควบคุมมลพิษ เข้าถึงเมื่อ 30 พฤษภาคม 2567
คุณภาพน้ำใต้ดิน
จากการรวบรวมข้อมูลพบว่า ในฐานข้อมูลยังไม่มีข้อมูลคุณภาพน้ำบาดาลเฉพาะพื้นที่ลุ่มน้ำยัง โดยจากรายงานสถานการณ์น้ำบาดาล ประจำปี พ.ศ. 2565 กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้แสดงข้อมูลคุณภาพน้ำบาดาลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำบาดาลที่จะใช้บริโภคได้ ยกเว้นบางพื้นที่ของจังหวัดขอนแก่น บุรีรัมย์ ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สกลนคร และจังหวัดสุรินทร์ มีคุณภาพน้ำบาดาลกร่อยถึงเค็ม ในขณะที่จังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ศึกษาลุ่มน้ำยังบางจังหวัดที่มีคุณภาพน้ำเกินเกณฑ์อนุโลมสูงสุดตามมาตรฐานคุณภาพน้ำบาดาลที่จะใช้บริโภคได้ในบางดัชนี คือปริมาณคลอไรด์ ได้แก่ จังหวัดยโสธร ร้อยเอ็ด และสกลนคร และปริมาณตะกั่ว ได้แก่ จังหวัดมุกดาหาร ยโสธร และสกลนคร แสดงดังรูป

แผนที่แสดงคุณภาพน้ำบาดาลในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีค่าเกินเกณฑ์อนุโลมสูงสุดตามมาตรฐานคุณภาพน้ำบาดาลที่ใช้บริโภคได้
ที่มา: กรมทรัพยากรน้ำบาดาล (2565)
พื้นที่เสี่ยงภัย

ทำกราฟแท่งจากตาราง 5-8 (แท่งซ้อนๆกันระหว่างซ้ำซาก 3,4-7,8-10 ครั้ง)
ที่มา: ระบบบัญชีข้อมูล กรมพัฒนาที่ดิน เข้าถึงเมื่อ 15 พฤษภาคม 2567
พื้นที่เสี่ยงภัยในขอบเขตพื้นที่ลุ่มน้ำยัง ประกอบด้วย
- อำเภอกุฉินารายณ์ อำเภอเขาวง อำเภอดอนจาน อำเภอนาคู อำเภอนามน อำเภอสมเด็จ และอำเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์
- อำเภอคำชะอี และอำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร
- อำเภอกุดชุม อำเภอทรายมูล อำเภอเมืองยโสธร และอำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร
- อำเภอโพธิ์ชัย อำเภอโพนทอง อำเภอเมยวดี อำเภอเสลภูมิ และอำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด
- อำเภอเต่างอย และอำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร
โดยจังหวัดที่มีพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากเป็นครั้งคราว โดยประสบน้ำท่วมขังไม่เกิน 3 ครั้ง ในรอบ 10 ปี
พื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากบ่อยครั้ง โดยประสบน้ำท่วมขัง 4-7 ครั้ง ในรอบ 10 ปี และพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากเป็นประจำ โดยประสบน้ำท่วมขัง 8-10 ครั้ง ในรอบ 10 ปี มากที่สุดคือจังหวัดร้อยเอ็ด มีเนื้อที่ 89,431 ไร่ 63,848 ไร่ และ 13,492 ไร่ ตามลำดับ
พื้นที่ภัยแล้ง
พื้นที่ลุ่มน้ำยังส่วนใหญ่เกิดจากฝนแล้งและฝนทิ้งช่วง โดยแต่ละปีจะเกิดขึ้นได้ 2 ช่วง คือ ช่วงฤดูหนาวต่อเนื่องถึงฤดูร้อนจะมีปริมาณฝนลดลงเรื่อยๆ จนกระทั่งเข้าสู่ฤดูฝนของปีถัดไป ซึ่งความแห้งแล้งในลักษณะนี้จะเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีและมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก ส่วนความแห้งแล้งอีกช่วงหนึ่งมักจะเกิดขึ้นในช่วงกลางฤดูฝน คือจะมีการทิ้งช่วงของฝน ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นเฉพาะบางพื้นที่หรือบางบริเวณเท่านั้น แต่บางครั้งอาจครอบคลุมพื้นที่กว้างจนเกือบทั่วทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยพื้นที่เสี่ยงภัยในขอบเขตพื้นที่ลุ่มน้ำยัง ประกอบด้วย
- อำเภอกุฉินารายณ์ อำเภอเขาวง อำเภอดอนจาน อำเภอนาคู อำเภอนามน อำเภอสมเด็จ และอำเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์
- อำเภอคำชะอี อำเภอดงหลวง และอำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร
- อำเภอกุดชุม อำเภอทรายมูล อำเภอเมืองยโสธร และอำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร
- อำเภอโพธิ์ชัย อำเภอโพนทอง อำเภอเมยวดี อำเภอเสลภูมิ และอำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด
- อำเภอเต่างอย และอำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร

ความหนาแน่นประชากร
ข้อมูลความหนาแน่นประชากรในพื้นที่ลุ่มน้ำยัง พบว่าสัดส่วนพื้นที่ตำบลใน 5 จังหวัด 21 อำเภอ 158 ตำบล มีประชากรรวม 972,321 คน มีความหนาแน่นของประชากรเฉลี่ย 236 คน/ตารางกิโลเมตร โดยอำเภอเมืองยโสธรมีความหนาแน่นสูงที่สุด คิดเป็น 184 คน/ตารางกิโลเมตร รองลงมาคืออำเภอดอนจาน จังหวัดกาฬสินธุ์ และอำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด คิดเป็น 134 คน/ตารางกิโลเมตร ส่วนอำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหารเป็นอำเภอที่มีความหนาแน่นของประชากรน้อยที่สุด คิดเป็น 51 คน/ตารางกิโลเมตร
รายได้รวม
รายได้รวมของประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำยังประกอบด้วยรายได้จากภาคเกษตรและนอกภาคเกษตร โดยมี 3 จังหวัด 7 อำเภอ ที่มีสัดส่วนรายได้จากนอกภาคเกษตรต่อภาคเกษตรมากกว่าร้อยละ 100 ได้แก่ จังหวัดยโสธร จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยจังหวัดกาฬสินธุ์ อำเภอดอนจานมีสัดส่วนของรายได้ที่มาจากนอกภาคเกษตรต่อภาคเกษตรต่างกันมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 354.42 รองลงมาคืออำเภอนาคูมีสัดส่วนของรายได้ที่มาจากนอกภาคเกษตรต่อภาคเกษตร คิดเป็นร้อยละ 340.50 ถัดมาคืออำเภอสมเด็จมีสัดส่วนของรายได้ที่มาจากนอกภาคเกษตรต่อภาคเกษตร คิดเป็นร้อยละ 259.68 และอำเภอนามนมีสัดส่วนของรายได้ที่มาจากนอกภาคเกษตรต่อภาคเกษตร คิดเป็นร้อยละ 183.32 ตามลำดับ ในส่วนของจังหวัดยโสธร อำเภอเลิงนกทามีสัดส่วนของรายได้ที่มาจากนอกภาคเกษตรต่อภาคเกษตรต่างกันมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 189.82 และอำเภอเมืองยโสธรมีสัดส่วนของรายได้ที่มาจากนอกภาคเกษตรต่อภาคเกษตร คิดเป็นร้อยละ 102.67 ตามลำดับ และจังหวัดร้อยเอ็ดมีเพียงอำเภอโพธิ์ชัยที่มีสัดส่วนของรายได้ที่มาจากนอกภาคเกษตรต่อภาคเกษตรมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 208.03 ซึ่งการที่สัดส่วนของรายได้ที่มาจากนอกภาคเกษตรต่อภาคเกษตรมากนั้น แสดงให้เห็นถึงเกษตรกรมีรายได้จากนอกภาคเกษตรมากกว่าภาคเกษตร
จากข้อมูลข้างต้นเกษตรกรมีรายได้จากภาคเกษตรไม่เพียงพออย่างมากจึงต้องหารายได้จากนอกภาคเกษตรมาเสริม อย่างไรก็ตามอำเภอที่มีรายได้ของครัวเรือนเกษตรกรมากที่สุดคืออำเภอนามน มีรายได้รวม 11,623 บาท/ครัวเรือน/เดือน
การใช้น้ำประปาเพื่ออุปโภคบริโภค
การใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภคของประชาชนส่วนใหญ่มาจากการใช้น้ำจากระบบประปา โดยการประปาส่วนภูมิภาคที่รับผิดชอบในพื้นที่ลุ่มน้ำยังมีทั้งหมด 3 เขต ได้แก่ การประปาส่วนภูมิภาคเขต 6 ครอบคลุมจังหวัดกาฬสินธุ์ การประปาส่วนภูมิภาคเขต 7 ครอบคลุมจังหวัดมุกดาหารและสกลนคร และการประปาส่วนภูมิภาคเขต 8 ครอบคลุมจังหวัดยโสธรและร้อยเอ็ด ซึ่งพบว่าการประปาส่วนภูมิภาคสาขาเมืองยโสธรที่อยู่ในจังหวัดยโสธรมีปริมาณน้ำจำหน่ายมากที่สุดคือ 287,759 ลบ.ม./เดือน รองลงมาคือการประปาส่วนภูมิภาคสาขาโพนทองที่อยู่ในจังหวัดร้อยเอ็ดมีปริมาณน้ำจำหน่าย 142,862 ลบ.ม./เดือน ตามมาด้วยการประปาส่วนภูมิภาคสาขาสมเด็จที่อยู่ในจังหวัดกาฬสินธุ์มีปริมาณน้ำจำหน่าย 114,553 ลบ.ม./เดือน ถัดมาเป็นการประปาส่วนภูมิภาคสาขาเลิงนกทาที่อยู่ในจังหวัดยโสธรมีปริมาณน้ำจำหน่าย 111,549 ลบ.ม./เดือน และการประปาส่วนภูมิภาคสาขากุฉินารายณ์มีปริมาณน้ำจำหน่าย 86,420 ลบ.ม./เดือนซึ่งเป็นสาขาที่มีปริมาณน้ำจำหน่ายน้อยที่สุด แสดงดังตาราง ทั้งนี้แหล่งน้ำที่ใช้โดยส่วนใหญ่เป็นการใช้น้ำจากลำน้ำสายหลัก เช่น แม่น้ำโขง แม่น้ำชี อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง เช่น อ่างเก็บน้ำห้วยจุมจัง อ่างเก็ยน้ำห้วยสะทด เป็นต้น
|
อำเภอ |
จำนวนผู้ใช้น้ำทั้งหมด(ราย ) |
กำลังผลิตที่ใช้งาน(ลบ.ม./วัน ) |
ปริมาณน้ำผลิต(ลบ.ม./เดือน ) |
ปริมาณน้ำผลิตจ่าย(ลบ.ม./เดือน ) |
ปริมาณน้ำจำหน่าย(ลบ.ม./เดือน ) |
|
กาฬสินธุ์ |
|||||
|
กุฉินารายณ์ |
5,757 |
4,320 |
118,034 |
114,402 |
86,420 |
|
สมเด็จ |
6,918 |
6,857 |
202,444 |
196,547 |
114,553 |
|
ยโสธร |
|||||
|
เมืองยโสธร |
13,403 |
12,980 |
402,405 |
383,243 |
287,759 |
|
เลิงนกทา |
6,089 |
4,580 |
149,233 |
142,676 |
111,549 |
|
ร้อยเอ็ด |
|||||
|
โพนทอง |
8,626 |
6,156 |
189,993 |
188,693 |
142,862 |
ที่มา: การประปาส่วนภูมิภาค (2566)
การใช้น้ำบาดาลเพื่ออุปโภคบริโภค
การใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภคของประชาชนอีกช่องทางมาจากการใช้น้ำบาดาล ซึ่งพบว่าศักยภาพน้ำบาดาลของจังหวัดสกลนครมีปริมาณน้ำบาดาลที่สามารถนำมาใช้ได้มากที่สุดคือ 1,129 ล้าน ลบ.ม./ปี รองลงมาคือจังหวัดร้อยเอ็ดมีปริมาณน้ำบาดาลที่สามารถนำมาใช้ได้ 793 ล้าน ลบ.ม./ปี ตามมาด้วยจังหวัดกาฬสินธุ์มีปริมาณน้ำบาดาลที่สามารถนำมาใช้ได้ 687 ล้าน ลบ.ม./ปี ถัดมาเป็นจังหวัดมุกดาหารมีปริมาณน้ำบาดาลที่สามารถนำมาใช้ได้ 435 ล้าน ลบ.ม./ปี และจังหวัดยโสธรมีปริมาณน้ำบาดาลที่สามารถนำมาใช้ได้ 415 ล้าน ลบ.ม./ปี ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีปริมาณน้ำบาดาลที่สามารถนำมาใช้ได้น้อยที่สุด รายละเอียดแสดงดังตาราง
|
จังหวัด |
ขนาดพื้นที่(ตร.กม .) |
ปริมาณน้ำที่กักเก็บ(ลบ.ม./ปี ) |
ปริมาณน้ำที่เพิ่มเติมในแต่ละปี(ล้านลบ.ม./ปี ) |
ปริมาณน้ำบาดาลที่พัฒนาได้ทั้งหมด(ล้านลบ.ม./ปี ) |
ปริมาณน้ำบาดาลที่สามารถนำมาใช้ได้(ล้านลบ.ม./ปี ) |
|
|
กาฬสินธุ์ |
6,752 |
7,165 |
936 |
702 |
687 |
|
|
มุกดาหาร |
4,122 |
4,039 |
622 |
466 |
435 |
|
|
ยโสธร |
4,131 |
4,050 |
554 |
415 |
415 |
|
|
ร้อยเอ็ด |
7,872 |
8,271 |
1,060 |
795 |
793 |
|
|
สกลนคร |
9,606 |
9,133 |
1,537 |
1,153 |
1,129 |
|
ที่มา: กรมทรัพยากรน้ำบาดาล (2560)


