เทคโนโลยี การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ

โดย ไตรรงค์  ปิมปา
ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ ศูนย์สารสนเทศทรัพยากรน้ำ


แผนผังของการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ

การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ
(อังกฤษ: cloud computing) เป็นลักษณะของการทำงานของผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ผ่านอินเทอร์เน็ต ที่ให้บริการใดบริการหนึ่งกับผู้ใช้ โดยผู้ให้บริการจะแบ่งปันทรัพยากรให้กับผู้ต้องการใช้งานนั้น การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ เป็นลักษณะที่พัฒนาขึ้นต่อมาจากความคิดและบริการของเวอร์ชัวไลเซชัน(บริการเสมือนว่ามีอยู่จริงที่ที่เราทำงาน) และเว็บเซอร์วิส(การบริการผ่านระบบเว็บไซต์) โดยผู้ใช้งานนั้นไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในเชิงเทคนิคสำหรับตัวพื้นฐานการทำงานนั้น

ความหมาย
สถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาให้คำจำกัดความ "cloud" ว่า มาจากคำในภาษาอังกฤษที่แปลว่า เมฆ หมายถึงอินเทอร์เน็ตโดยรวมในรูปของโครงสร้างพื้นฐาน (เปรียบเหมือนระบบไฟฟ้า ประปา ที่อยู่ในอินเตอร์เน็ต) ที่พร้อมให้บริการกับผู้ใช้งานเมื่อมีความต้องการใช้ผู้ให้บริการการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆส่วนใหญ่ จะให้บริการในลักษณะของเว็บแอปพลิเคชัน โดยให้ผู้ใช้ทำงานผ่านเว็บเบราว์เซอร์ ขณะเดียวกันซอฟต์แวร์และข้อมูลทั้งหมดจะถูกเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการ

การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆนั้น ถูกอธิบายถึงโมเดลรูปแบบใหม่ของเทคโนโลยีสารสนเทศในการใช้งานบนอินเทอร์เน็ตที่เน้นการขยายตัวได้อย่างยืดหยุ่น สามารถที่จะปรับขนาดได้ตามความต้องการของผู้ใช้ และมีการจัดสรรทรัพยากรโดยเน้นการทำงานระยะไกลอย่างง่าย ที่ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นโครงสร้างพื้นฐาน

ตัวอย่างของการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆที่เป็นที่รู้จัก เช่น ยูทูบ โดยที่ผู้ใช้สามารถเก็บวิดีโอออนไลน์ได้ โดยไม่ต้องมีความรู้ในการสร้างระบบวิดีโอออนไลน์ หรือในระบบเครือข่ายสังคมออนไลน์ต่างๆ เป็นต้น

ประวัติความเป็นมา

cloud computing เชื่อว่าจะได้รับการคิดค้นโดย Joseph Carl Robnett Licklider ในปี 1960 กับการทำงานของเขาใน ARPANET เพื่อเชื่อมโยงผู้คนและข้อมูลจากทุกที่ทุกเวลา แต่ Kurt Vonnegut กล่าวถึงในหนังสือ Sirens of Titan (1959) ของเขา กล่าวถึงคลาวด์ว่า "เป็นการลดภาระสำหรับทุกคน" ในปี 1994 AT&T เปิดตัว PersonaLink บริการแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับการสื่อสารส่วนบุคคลและธุรกิจและผู้ประกอบการ การจัดเก็บข้อมูล เป็นหนึ่งในคนแรกๆ ที่จะเป็นการบริการโดยมีพื้นฐานจากเว็บ และการอ้างอิงในโฆษณาของพวกเขาบอกว่า "คุณสามารถคิดถึงสถานประชุมอิเล็กทรอนิกส์ของเราว่าเป็นเมฆ" Amazon Web Services เปิดตัวบริการการจัดเก็บข้อมูลของพวกเขาบนเมฆ AWS S3 ในปี 2006 และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางและการยอมรับเป็นผู้จัดจำหน่ายการจัดเก็บข้อมูลของการบริการที่เป็นที่นิยมเช่น Smugmug, Dropbox และ Pinterest .

สถาปัตยกรรม

การจัดเก็บข้อมูลบนเมฆ มีโครงสร้างพื้นฐานแบบเสมือนชั้นสูง และมีขอบเขตกว้างเหมือน ระบบการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ ในแง่ของการติดต่อที่สามารถเข้าถึงอย่างยืดหยุ่น เหมือนอยู่ใกล้ๆ ขยายขีดความสามารถได้, ใช้ร่วมกันได้ และตรวจวัดทรัพยากรที่มีได้ บริการจัดเก็บเมฆสามารถนำไปใช้ประโยชน์จากบริการนอกสถานที่ (Amazon S3) หรือนำไปใช้ในสถานที่ (ViON)

การจัดเก็บข้อมูลบนเมฆ มักจะหมายถึงเป็นเจ้าภาพการบริการจัดเก็บวัตถุทางอิเล็คทรอนิคส์ แต่คำนี้ปัจจุบันได้มีการขยายความหมายเพื่อรวมประเภทอื่นๆ ของการจัดเก็บข้อมูลที่ด้านบริการ เช่น ที่เก็บบล็อก (บริการฝากข้อความสนทนากลุ่ม)

บริการจัดเก็บวัตถุเช่น Amazon S3 และ Microsoft Azure, การจัดเก็บข้อมูลวัตถุของซอฟต์แวร์ เช่น OpenStack Swift, ระบบจัดเก็บข้อมูลของวัตถุ เช่น EMC Atmos และ Hitachi Content Platform, และข้อมูลการวิจัยด้านธุรกิจการค้า เช่น OceanStore และเมฆเสมือน เป็นตัวอย่างของการจัดเก็บข้อมูล ที่สามารถเป็นเจ้าภาพและนำไปใช้กับลักษณะการจัดเก็บเมฆ

การจัดเก็บเมฆ:

  • สร้างขึ้นจากทรัพยากรจำนวนมาก แต่ยังคงทำหน้าที่เสมือนเป็นหนึ่งเดียว - มักเรียกกันว่าการจัดเก็บข้อมูลเมฆส่วนกลาง
  • ลดความซ้ำซ้อนและการกกระจัดกระจายของข้อมูล
  • รองรับการสร้างข้อมูลพร้อมกันหลายคนในแฟ้มเดียวกัน
  • สามารถกำหนดขั้นตอนการเห็นชอบของเอกสารได้

ข้อดี

  • บริษัท ต้องจ่ายเฉพาะเท่าที่มีการใช้การจัดเก็บที่พวกเขาใช้งานจริง โดยทั่วไปเฉลี่ยของการใช้งานในช่วงเดือน นี่ไม่ได้หมายความว่าการจัดเก็บเมฆที่มีราคาแพงน้อยเพียงว่ามันเกิดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมากกว่าค่าใช้จ่ายเงินทุน
  • องค์กรสามารถเลือกระหว่างการใช้งานเมฆ และหรือระบบออฟไลน์ เพื่อการจัดเก็บหรือ ใช้ทั้งสองตัวเลือก ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเลือกเมื่อแรกสมัครใช้งาน การประหยัดค่าใช้จ่ายโดยตรงที่อาจเกิดขึ้น ตัวอย่างเช่นความต่อเนื่องของการดำเนินงาน, การกู้คืนระบบ, การรักษาความปลอดภัย และบันทึกการเก็บรักษาตามกฎหมาย กฎระเบียบและนโยบาย
  • ความสามารถใจการจัดเก็บและป้องกันข้อมูลคิดตามข้อมูลที่ใช้จริง เช่นเดียวกับการใช้โปรแกรมประยุกต์ เทคโนโลยีที่บริการเพิ่ม ค่าใช้จ่ายสามารถเลือกเพิ่มลดตามความต้องการ
  • งานบำรุงรักษาจัดเก็บข้อมูล เช่น การซื้อความจุที่เพิ่มขึ้น เป็นความรับผิดชอบของผู้ให้บริการ
  • การจัดเก็บข้อมูลแบบคลาวด์ ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงได้ทันทีได้หลากหลาย ตามทรัพยากรและการใช้งานที่เป็นผู้ให้บริการซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรอื่น ผ่านบริการทางอินเตอร์เว็บ
  • การจัดเก็บบนเมฆ สามารถใช้สำหรับการคัดลอกภาพจากเครื่องเสมือนเมฆออนไลน์ หรือนำเข้าภาพเสมือน นอกจากนี้การจัดเก็บเมฆสามารถใช้ในการเคลื่อนย้ายข้อมูลระหว่างบัญชีผู้ใช้กับระหว่างศูนย์ข้อมูล
  • การจัดเก็บข้อมูลแบบคลาวด์ที่สามารถใช้เป็นการสำรองข้อมูลกรณีภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปกติมี 2 หรือ 3 เซิร์ฟเวอร์สำรองข้อมูล ที่ตั้งอยู่สถานที่แตกต่างกัน อยู่ในสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก

ความเสี่ยงต่อการโจมตี

การจัดเก็บข้อมูลจากบุคคลภายนอกองค์กร

  1. เมื่อข้อมูลมีการกระจายการเก็บไว้ในสถานที่อื่นๆ อีกมากมายเพิ่มความเสี่ยงของการเข้าถึงทางกายภาพไม่ได้รับอนุญาตไปยังข้อมูล ยกตัวอย่างเช่น ในสถาปัตยกรรมเมฆตามข้อมูลที่ถูกจำลองแบบและย้ายบ่อยดังนั้น ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นของการกู้คืนข้อมูลที่ไม่ได้รับอนุญาตอย่างมาก (เช่นการใช้อุปกรณ์เก็บข้อมูลเก่านำมาใช้ใหม่, การจัดสรรพื้นที่จัดเก็บ) ลักษณะที่ข้อมูลที่ถูกจำลองขึ้นอยู่กับระดับการให้บริการลูกค้าเลือกและการ บริการที่มีให้ ผู้ขายบริการบนเมฆที่แตกต่างกันมีระดับการให้บริการที่แตกต่างกัน ความเสี่ยงของการเข้าถึงข้อมูลจะลดลงผ่านการใช้การเข้ารหัสลับซึ่งสามารถนำ ไปใช้กับข้อมูลที่เป็นส่วนหนึ่งของการให้บริการจัดเก็บหรือในสถานที่อุปกรณ์ ที่เข้ารหัสข้อมูลก่อนที่จะอัปโหลดไปยังเมฆ
  2. จำนวนของคนที่มีการเข้าถึงข้อมูลที่สามารถถูกบุกรุก (เช่น มีการติดสินบน หรือข่มขู่) เพิ่มขึ้นอย่างมาก บริษัท เดียวอาจมีทีมงานเล็กๆ มีผู้บริหารวิ ศวกรเครือข่าย และช่างเทคนิค แต่บริษัท จัดเก็บเมฆจะมีลูกค้าจำนวนมากและ เซิร์ฟเวอร์หลายพันเครื่อง ดังนั้นทีมต้องดูแลข้อมูลขนาดใหญ่กว่าความสามารถของเจ้าหน้าที่เทคนิคที่มีการเข้าถึงทางกายภาพ และทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อดูแลเกือบทั้งหมดของข้อมูลและการสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมด หรืออาจจะเป็นทั้งบริษัทคีย์การเข้ารหัสลับที่ถูกเก็บไว้โดยผู้ใช้บริการ เมื่อเทียบกับขีดจำกัด ของผู้ให้บริการการเข้าถึงข้อมูลโดยพนักงานผู้ให้บริการได้
  3. ด้วยการเพิ่มจำนวนของเครือข่าย ซึ่งข้อมูลมีการเดินทาง แทนที่จะเป็นเพียงแค่เครือข่ายท้องถิ่น (LAN) หรือเครือข่ายพื้นที่จัดเก็บข้อมูล (SAN) ข้อมูลที่เก็บไว้บนเมฆต้องการ WAN (เครือข่ายบริเวณกว้าง) เพื่อเชื่อมต่อทั้งสองระบบ
  4. โดยการจัดเก็บข้อมูลและเครือข่ายร่วมกันกับจำนวนผู้ใช้อื่นๆ เป็นไปได้สำหรับลูกค้ารายอื่นๆ ในการเข้าถึงข้อมูลของคุณ บางครั้งเพราะการกระทำที่ผิดพลาด, อุปกรณ์ผิดพลาด, ข้อผิดพลาดและบางครั้งเพราะเจตนาทางอาญา ความเสี่ยงนี้จะใช้กับทุกประเภทของการจัดเก็บและไม่เพียง แต่การจัดเก็บเมฆ ความเสี่ยงของการมีการอ่านข้อมูลในระหว่างการส่งจะลดลงด้วยเทคโนโลยีการเข้ารหัสลับ การเข้ารหัสลับในการขนส่งช่วยปกป้องข้อมูลที่มันจะถูกส่งไปยังและจากการให้บริการคลาวด์ การเข้ารหัสในส่วนที่เหลือจะช่วยปกป้องข้อมูลที่ถูกเก็บไว้ที่ผู้ให้บริการ การเข้ารหัสข้อมูลในการให้บริการคลาวด์ เป็นการเพิ่มระบบที่สามารถให้บริการทั้งสองประเภทของการป้องกันการเข้ารหัส

ความมั่นคงผู้ให้บริการ

บริษัท ไม่ได้ถาวร และบริการและผลิตภัณฑ์ที่พวกเขาให้สามารถเปลี่ยนผู้ให้บริการการจัดเก็บข้อมูลไปยังบริษัทอื่น ต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบและไม่มีอะไรที่ทำได้เหมือนเคย ข้อมูลอาจไม่สามารถใช้งานได้ เมื่อบริษัทสิ้นสุดสภาพการมีอยู่หรือสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง บริษัท สามารถ:

  1. เจ๊ง
  2. ขยายกิจการและเปลี่ยนเป้าหมายทางการค้าของพวกเขา
  3. ถูกซื้อโดย บริษัทขนาดใหญ่อื่นๆ
  4. มีการจัดซื้อโดยบริษัทหรือสำนักงานใหญ่ย้าย ไปยังประเทศที่ขัดแย้งกับธุรกิจของคุณ
  5. ประสบภัยพิบัติเรียกคืนไม่ได้

การเข้าถึง

  • ประสิทธิภาพการเข้าถึงข้อมูลสำหรับการจัดเก็บภายนอก มีแนวโน้มที่จะต่ำกว่าการจัดเก็บด้วยตนเอง ขึ้นอยู่กับว่า ลูกค้ายินดีที่จะใช้แบนด์วิดธ์ WAN เท่าใด
  • ความน่าเชื่อถือและความพร้อมใช้งาน ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเครือข่ายบริเวณกว้าง และในระดับของข้อควรระวัง ที่นำมาโดยผู้ให้บริการ ความน่าเชื่อถือควรจะขึ้นอยู่กับฮาร์ดแวร์ด้วย เช่นเดียวกับขั้นตอนวิธีการต่างๆ ที่ใช้

ความกังวลอื่น ๆ

  • การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่เก็บไว้และข้อมูลในการขนส่ง อาจจะมีความกังวลเมื่อมีการเก็บข้อมูลที่สำคัญที่ผู้ให้บริการจัดเก็บบนเมฆ
  • ผู้ใช้ที่มีความต้องการที่เฉพาะเจาะจงบันทึกเก็บเช่นหน่วยงานภาครัฐที่จะ ต้องรักษาระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตราอาจพบภาวะแทรกซ้อนกับการใช้ คอมพิวเตอร์เมฆและการเก็บรักษา ยกตัวอย่างเช่นกระทรวงกลาโหมสหรัฐ กำหนดป้องกันระบบสารสนเทศสำนักงาน (DISA) เพื่อรักษารายชื่อของผลิตภัณฑ์การจัดการระเบียนที่ตอบสนองทุกการเก็บบันทึก ข้อมูลส่วนบุคคล (PII) และการรักษาความปลอดภัย (ข้อมูลการประกัน) ข้อกำหนด
  • การจัดเก็บเมฆเป็นทรัพยากรที่เต็มไปด้วย ทั้งแฮกเกอร์ และหน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติ
  • การละเมิดลิขสิทธิ์และการละเมิดลิขสิทธิ์อาจถูกเปิดใช้งานโดยเว็บไซต์ที่อนุญาตให้มีการแชร์ไฟล์ ตัวอย่างเช่นการจัดเก็บข้อมูล e-book ของเว็บไซต์ CodexCloud ต้องเผชิญกับการฟ้องร้องจากเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาที่อัปโหลดและใช้ร่วมกัน  เช่นเดียวกับเว็บไซต์ GrooveShark และ YouTube จะได้รับ
  • ด้านกฎหมาย จากมุมมองการปฏิบัติตามกฎระเบียบ มีความกังวลเมื่อการจัดเก็บไฟล์ในประเทศและโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการเก็บข้อมูลในต่างประเทศ

การบริการบนระบบ
การบริการบนระบบการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆสามารถ แบ่งรูปแบบของชั้น ดังนี้

  • การให้บริการซอฟต์แวร์ หรือ Software as a Service (SaaS) จะให้บริการการประมวลผลแอปพลิเคชันที่แม่ข่ายของผู้ให้บริการ และเปิดให้การบริการทางด้านซอฟต์แวร์ต่างๆ
  • การให้บริการแพลตฟอร์ม หรือ Platform as a Service (PaaS) เป็นการประมวลผล ซึ่งมีระบบปฏิบัติการ และการสนับสนุนเว็บแอปพลิเคชันเข้ามาร่วมด้วย
  • การให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน หรือ Infrastructure as a Service (IaaS) เป็นการให้บริการเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน มีประโยชน์ในการประมวลผลทรัพยากรจำนวนมาก
  • บริการระบบจัดเก็บข้อมูล หรือ data Storage as a Service (dSaaS) ระบบการจัดเก็บข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ไม่จำกัด รองรับการสืบค้นและการจัดการข้อมูลขั้นสูง
  • บริการร่วมรวมลำดับความเชื่อมโยง หรือ Composite Service (CaaS) คือส่วนทำหน้าที่รวมโปรแกรมประยุกต์ หรือจัดลำดับการเชื่อมโยงให้กระแสงานข้ามเครือข่าย รวมถึงการจัดการด้านความปลอดภัย

การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ กับเครือข่ายเชื่อมโยงการกระจายทรัพยากร

ข้อแตกต่างระหว่าง การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ (Cloud Computing) และ เครือข่ายเชื่อมโยงการกระจายทรัพยากร (Grid Computing) คือ การประมวผลแบบกริด จะเป็นการแบ่งบันทรัพยากรร่วมกันระหว่างบุคคลและองค์กร โดยจะถูกกำหนดและควบคุมภายใต้กฎขององค์กรที่เรียกว่า องค์กรเสมือน (Virtual organization) โดยทั้งสองอย่างนี้จะเหมือนกันมาก ในแง่ที่เป็นการทำงานร่วมกันของคอมพิวเตอร์หลายตัว จนเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยที่ผู้ใช้ระบบไม่ต้องมีทรัพยากรที่มากไป มีลักษณะเป็น ธิน ไคลเอน (Thin client) โดยการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ จะเน้นผู้ใช้เป็นหลัก ส่วนเครือข่ายเชื่อมโยงการกระจายทรัพยากร จะเน้นไปที่ระบบมากกว่า

 

ระบบการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ ในภาครัฐ

โดยระบบการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆในภาครัฐ จะสามารถลดช่องว่างในการเข้าถึงเทคโนโลยี ในการดำเนินงานของภาครัฐได้ จะช่วยให้การบริการต่อ ภาคประชาชน หรือ Government to Citizen (G2C) ภาคธุรกิจ หรือ Government to Business (G2B) ภาคราชการ หรือ Government to Employee (G2E) และภาครัฐ หรือ Government to Government (G2G) ด้วยกัน มีการบริการที่มีความรวดเร็วมากขึ้น

รูปแบบระบบการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆในภาครัฐ

  • ระบบรัฐบาลแบบกลุ่มเมฆ(เปิด)สาธารณะ (Government Public Cloud) จะใช้เป็นทางเลือกสำหรับงานทั่วไป ที่สามารถเปิดเผยข้อมูลออกสู่สาธารณะได้ โดยมีผู้ให้บริการเป็นผู้ดูแลระบบ
  • ระบบรัฐบาลแบบกลุ่มเมฆปิดส่วนตน (Government Private Cloud Dedicated) จะมีความคล้ายกับระบบรัฐบาลแบบกลุ่มเมฆ(ปิด)ส่วนตัว (Government Private Cloud) ซึ่งใช้เป็นทางเลือกเฉพาะงานภายในกลุ่มขององค์กรนั้นๆ จะไม่เปิดเผยข้อมูลออกสู่สาธารณะ โดยมีผู้ให้บริการเป็นผู้ดูแลระบบ แต่ศูนย์ข้อมูลจะตั้งอยู่ในประเทศของรัฐที่เป็นผู้ใช้ระบบ เนื่องจากการป้องกันปัญหาด้านความปลอดภัยในความเป็นส่วนตัว
  • ระบบรัฐบาลแบบกลุ่มเมฆส่วนตนเฉพาะ (Government Private Cloud Self Hosted) เป็นการสร้างพื้นที่ระบบของตนเอง ขึ้นเป็นเจ้าของ ซึ่งวิธีการนี้จะได้ระบบตามความต้องการของภาครัฐเอง
  • ระบบรัฐบาลแบบกลุ่มเมฆส่วนตนเอง (Government Private Cloud Hosted) ระบบ และแบนด์วิดท์จะเป็นของภายในประเทศทั้งหมด รัฐเป็นผู้ดูแลบริการเอง

ผลกระทบของเทคโนโลยี บนเมฆ

  • มีการพยายามในการจัดหาใช้บริการบนเมฆของหลายหน่วยงาน รวมทั้งหน่วยงานของรัฐ เพื่อทำให้ค่าใช้จ่าย ลดลง จากการจัดซื้อจัดหา และการดูแล อุปกรณ์ เครื่อง ระบบ การจัดเก็บข้อมูลต่างๆ และจำเป็นต้องรับความเสี่ยงด้วย
  • หลายบริษัท นำเสนอบริหารผ่านระบบการจัดเก็บข้อมูลบนเมฆ พร้อมการใช้บริการที่ซื้อไว้ เช่น บริการแพ็คเกจของสมาร์ทโฟน บริการพื้นที่จัดเก็บเอกสารของไมโครซอฟท์ออฟฟิซ

ลองใช้ของฟรี!

  • https://onedrive.live.com/about/th-th/ วันไดรฟ์ ของไมโครซอฟ
    • 15 GB          ฟรี!
    • 100 GB         ฿74.00 ต่อเดือน
    • 200 GB         ฿148.00 ต่อเดือน
    • 1,000 GB      ฿189.99 ต่อเดือน รวมโปรแกรมและแอพ Office 365
       
  • https://www.surdoc.com/ เซอร์ด๊อก
    • 100 GB         ฟรี!
    • 100 GB         $2.50 ต่อเดือน เพิ่มบริการ
    • 100 GB         $8.33 ต่อเดือน เพิ่มบริการและการใช้งาน
  • https://www.google.com/intl/th/drive/ ค่ายกูเกิ้ล
    • 15 GB           ฟรี!
    • ไม่จำกัด         $10 ต่อเดือน 
    • 1,000 GB./คน $10 คน/เดือน กรณีน้อยกว่า 5 คน/องค์กร
       
  • อยากดูมากกว่านี้? ลองดูอีก 34 เว็บไซต์ ที่ให้บริการบนกลุ่มเมฆ เข้าไปเลือกชมรายเอียดหรือใช้บริการ คลิก...

คำแนะนำเพื่อการตัดสินใจ

  • ควรศึกษารายละเอียดการให้บริการ ก่อนลองใช้เช่น ขอบเขตการใช้ การจ่ายเงิน การปิดบริการ ระบบรักษาความปลอดภัย ความเสี่ยง และรายละเอียดอื่นๆ
  • ข้อมูลสำคัญควรเก็บสำรองไว้หลายแห่ง รวมทั้งการเก็บรักษาเองด้วย อย่าฝากความสำคัญไว้ในก้อนเมฆ เพราะเมื่อลมพัดพา เมฆก็สลายหายไปด้วย คุณอาจไม่ทันคว้า
  • ฮาร์ดดิสก์ น่าจะเป็นแหล่งข้อมูลหลักของท่าน โดยเฉพาะข้อมูลส่วนบุคคล ราคาไม่แพงแล้ว ในกรุงเทพฯ ฮาร์ดดิสก์พกพา (ขนาด 2.5 นิ้ว ต่อคอมพิวเตอร์ด้วยพอร์ด USB) ขนาด 1,000 Gb. ราคาประมาณ 2,000 บาท (ประมาณ 2 บาท/Gb) ขนาด 2,000 Gb ราคาประมาณ 3,000 บาท (ประมาณ 1.50 บาท/Gb) ราคานี้อาจซื้อได้ มาก/น้อย กว่านี้ ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รายละเอียดของรุ่น และร้านที่คุณซื้อ
  • การใช้แหล่งเก็บข้อมูลบนกลุ่มเมฆ ยังต้องมีค่าใช้จ่าย ค่าบริการอินเตอร์เน็ต แหล่งที่คุณเลือก ทั้งไวไฟ อินเตอร์เน็ตบ้าน จากมือถือ หรืออื่นๆ รายเดือน/รายปี เพิ่มอีก เนื่องจากหารส่งผ่านข้อมูลประมาณสูงจะกินแบนด์วิธมาก จึงต้องใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง และปริมาณข้อมูลต่อเดือนสูง ค่าบริการรายเดือนของแพ็คเกจเน็ตผ่านโทรศัพท์จึงอาจไม่เพียงพอ
  • แหล่งเก็บข้อมูลบนกลุ่มเมฆ เหมาะกับใช้การใช้สำรอง สำหรับบุคคล(เก็บสำเนา เพิ่มจากต้นฉบับ) หรือส่งข้อมูลเพื่อใช้ร่วมกับเพื่อน (แชร์ข้อมูล) อาจจะสะดวกกว่าการใช้ธัมบ์ไดรฟ์

ขอบคุณข้อมูล

- ส่วนพัฒนาระบบข้อมูลสานสนเทศ - นานาน่ารู้ -

 

 

ส่วนพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ ศูนย์สารสนเทศทรัพยากรน้ำ 180/3 ซ.34 ถ. พระรามที่ 6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
โทร. 02-270-6000 ต่อ 6303