^Back To Top
foto1 foto2 foto3 foto4 foto5

           ความเป็นมา
           คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติเป็นองค์กรระดับชาติ ที่จัดตั้งขึ้นตาม ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พ.ศ. 2550 เรียกโดยย่อ  “กนช.” โดยมีอำนาจหน้าที่ในการนำเสนอแนะนโยบาย กรอบงบประมาณ แผนงาน และแผนปฏิบัติการเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้ำต่อคณะรัฐมนตรี ประสานกับส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือคณะกรรมการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม  ป้องกัน ภัยพิบัติอันเนื่องมาจากทรัพยากรน้ำ กำหนดลำดับความสำคัญเพื่อการจัดสรรและควบคุมการใช้ทรัพยากรน้ำ จากแหล่งน้ำต่าง ๆ อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการทั้งทางอุปโภค บริโภค การผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ การอุตสาหกรรม การเกษตรกรรม และอื่น ๆ  พิจารณา ให้ความเห็นชอบหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำตามที่คณะกรรมการลุ่มน้ำนำเสนอ ซี่งจะทำให้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในภาพรวมของประเทศเป็นไปอย่างมี เอกภาพ ประสิทธิภาพ เกิดการบูรณาการ รวมทั้ง ขจัดปัญหาการปฏิบัติงานที่ซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงานภาครัฐด้วยกันให้ได้มาซึ่งกระบวนการบริหารจัดการ การจัดหา การใช้ประโยชน์ การบำรุงรักษา การพัฒนา การป้องกัน การแก้ไขปัญหา การอนุรักษ์ การฟื้นฟูและการดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำ

          ปัจจุบัน คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2558 เห็นชอบให้ คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ทำหน้าที่ผลักดันและขับเคลื่อนแผนยุทูศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ (ปี พ.ศ. 2558-2569) ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และมีประสิทธิภาพอย่างมีเอกภาพบูรณาการและสอดคล้องสัมพันธ์กันทั้งระดับประเทศและลุ่มน่ำ โดยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการเสนอแนะนโยบายหรือแผนงานและแผนปฏิบัติการในภาพรวม ทั้งในภาวะปกติและในภาวะวิกฤติ เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็น เพื่อให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐนำไปปฏิบัติ

           อำนาจหน้าที่
           คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในประเทศ (
National Water Board) ที่ สามารถบริหารจัดการและสั่งการหน่วยงานด้านทรัพยากรน้ำของประเทศได้อย่างเป็น เอกภาพ และปรับปรุงให้คณะกรรมการลุ่มน้ำเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพในการสะท้อนความ ต้องการของภาคีการพัฒนาในพื้นที่ และสามารถเสริมสร้างการมีส่วนร่วมและเอกภาพในการบริหารจัดการน้ำภายในลุ่ม น้ำของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
         1. ขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (ปี พ.ศ. 2558-2569) ให้เกิดผล
อย่างเป็นรูปธรรม และเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
          2. เสนอแนะนโยบายหรือแผนงานการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่จำเป็นต้องดำเนินการต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้การดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (ปี พ.ศ. 2558-2569) บรรลุวัตถุประสงค์
          3. จัดทำแผนงานการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและแผนปฏิบัติการในภาพรวมของประเทศภายใต้ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (ปี พ.ศ.
2558-2569) ทั้งในภาวะปกตื และในภาวะวิกฤต เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ เพื่อให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐนำไปปฏิบัติ
          4. กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการจัดสรรและควบคุมการใช้ทรัพยากรน้ำ ให้ มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการ ทั้งในด้านการอุปโภคบริโภค การเกษตรกรรม การอุตสาหกรรม การรักษาระบบนิเวศน์ การขนส่งทางน้ำ การผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ และด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
          5. พิจารณา
และตรวจสอบแผนปฏิบัติการ แผนงาน โครงการของส่วนราชการ หรือหน่วยงานของรัฐที่ เกี่ยวข้อง รวมทั้งแผนพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและแผนปฏิบัติการในระดับลุ่มน้ำ ให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (ปี พ.ศ. 2558-2569) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตลอดจนนโยบายและแผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแนวทางการจัดทำแผนงบประมาณการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการ
          6. อำนวยการ ติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล ตลอดจนให้คำแนะนำแก่ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และคณะกรรมการลุ่มน้ำ ในการดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (ปี พ.ศ. 2558-2569) แผนพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ แผนปฏิบัติการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ แผนงบประมาณการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการ รวมทั้ง เสนอนายกรัฐมนตรีให้สั่งการหรือควบคุมให้มีการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเกิดประโยชน์สูงสุด
          7. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติหน้าที่ได้ตามความจำเป็น
          8. เสนอแนะให้มีหรือแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำระหว่างประเทศ
          9. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย

          องค์ประกอบ
        
คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 185/2558 ลงวันที่ 15 กรกฎาคม 2558 แต่งตั้งคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(กนช.) โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ รองนายกรัฐมนตรีเป็นรองประธาน จำนวน  6 คน ภาคราชการ จำนวน 12 คน  ผู้ทรงคุณวุฒิ  จำนวน 6 คน และกรรมการลุ่มน้ำหรือผู้แทนองค์กรผู้ใช้น้ำ จำนวนไม่เกิน 6 คน เป็นกรรมการ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เป็นกรรมการและเลขานุการ  และรองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ รวมทั้งสิ้น 33 คน

 

          คำสั่ง

                   - คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 185/2558 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ
                   - คำสั่งสสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 212/2558 เรื่อง แต่งตั้งกรรมการในคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เพิ่มเติม (ครั้งที่ 1)
                   - คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 248/2558 เรื่อง แต่งตั้งกรรมการในคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เพิ่มเติม