พื้นห้องนอน เช็ดให้บ่อย

เรื่องโดย ไตรรงค์ ปิมปา

ห้องนอน อ่อนไหวต่อสุขภาพมาก ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านถือว่าเป็นดัชนีชี้วัดสุขภาพเลยทีเดียว เพราะเวลานอน เป็นเวลาพักผ่อน ร่างกายอ่อนแอต่อสิ่งกระตุ้นรอบข้าง หากมีสิ่งเร้าใดๆ ก็จะมีผลต่อสุภาพมาก ห้องนอนที่ดี ควรโล่ง โปร่ง สะอาด สบายตา วันนี้ลองพิจารณา หาเวลาจัดการพื้นห้องให้สะอาดอย่างเร่งด่วน

ถ้าเป็น พื้นไม้

  • พื้นไม้เป็นที่นิยมในบ้านเรา เพราะทำความสะอาดง่ายกว่าพื้นอื่น และสวยงาม ปกติเพียงใช้ผ้าถูพื้น ที่หมาดด้วยน้ำผสมน้ำน้ำยาเช็ดพื้น เช่น แอลโอซี หรือใช้ สบู่อ่อนๆ หรือน้ำผสมผงซักฟอกเล็กน้อย น้ำยาพวกนี้ ทำหน้าที่ เป็นสารลดแรงตึงผิว ทำให้สิ่งสกปรก ฝุ่น ผงต่างๆ ถูกดึงดูดมาเก็บในผ้าเช็ดและล้างออกง่าย อย่าใช้น้ำยาเข้มข้น หรือสารละลายรุนแรง
  • ใช้ผ้าเช็ดพื้นที่หมาดๆ โดยเริ่มจากผ้าเช็ดพื้นที่แห้ง สเปรย์น้ายาที่เราผสมดังข้อแรกพอหมาด ไม่ให้น้ำหยด จะสามารถเก็บฝุ่นได้
  • หลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาสารเคมี ม๊อบเก็บฝุ่น เนื่องจากทำให้เหนียวเหนอะหนะ และทิ้งสารเคมีที่อาจมีอันตราย ที่อาจฟุ้งกระจายและส่งกลิ่น หรือสารระเหยออกมา
  • ไม่ควรกวาด ถ้าไม่สกปรกมาก เนื่องจากทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย และก่อให้เกิดภูมิแพ้ได้ ฝุ่นในห้องนอน เกิดจากการย่อยสลายเสื่อมสภาพตามปกติของผนัง พื้น เพดาน โต๊ะ เก้าอี้ เตียง เสื้อผ้า ผ้าม่าน ที่นอน หมอน มุ้ง และทุกอย่างที่อยู่ในห้อง การใช้ผ้าชุบน้ำหมาดเช็ด จึงป้องกันการฟุ้งกระจายที่ดี
  • ยังมีไรฝุ่น ซี่งมีอยู่ทุกบ้าน เนื่องจากที่นอนปกติจะมีไรฝุ่นอยู่ประมาณ 5-100 ล้านตัวต่อ 1 ที่นอน มีซากไรฝุ่น และสิ่งขับถ่ายของมัน เป็นสารก่อภูมิแพ้กว่า 70ของสาเหตุภูมิแพ้ ฝุ่นเหล่านี้ มีขนาดเล็ก จะฟุ้งอยู่ในอากาศนานกว่า 2 ชั่วโมง และหากขนาดเล็กมากพอจะผ่านระบบกรองฝุ่นของจมูกเรา ที่ทำให้เกิดภูมิแพ้ได้นั้น จะสามารถฟุ้งอยู่ในอากาศได้ถึง 8-10 ชั้วโมงโดยไม่หล่นพื้น เท่ากับเวลาเรานอนเลย มันจะยิ่งฟุ้งมากหากใช้เครื่องปรับอากาศ หรือพัดลมในห้องปิด และอย่าตบที่นอนให้ฟู หรือปัดฝุ่นที่นอนก่อนนอน หากชอบ ควรทำก่อนสัก 1 ชั่วโมงและเป่าลมออกไปจากห้องให้นานสักครึ่งชั่วโมงก่อน
  • เช็ดพื้นทุกวัน ระบายอากาศทุกวัน ลดฝุ่นในอากาศได้ดี
  • ยังแนะนำให้เปลี่ยนผ้าปูที่นอน ทุก 3-4 วัน เพื่อลดฝุ่นผง ป้องกันผลกระทบไรฝุ่น
  • การใช้เครื่องกรองอากาศ ชนิดที่ลดสารก่อภูมิแพ้ได้ เป็นทางเลือกที่ดีในการพักผ่อน โดยเฉพาะผู้เป็นภูมิแพ้ เด็กเล็ก ผู้สูงวัย ผู้ป่วย รวมทั้งผู้รักสุขภาพ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำเครื่องกรองอากาศที่มีความสามารถการกรองที่ฝุ่นผงที่เล็กกว่า 0.1 ไมครอน ได้ จะเหมาะสำหรับป้องกันภูมิแพ้จากฝุ่น

ถ้าเป็นพื้นพรม

  • นับว่าคุณเสี่ยงต่อสุภาพมาก ไม่แนะนำให้ปูพรมในห้องนอน เพราะเป็นแหล่งสะสมของสารก่อภูมิแพ้มาก สิ่งสกปรก เชื้อโรค เชื้อราก็ชอบ
  • อย่างไรก็ตาม หากท่านชอบพื้นพรม และยังเป็นห่วงสุขภาพ จำเป็นต้องทำความสะอาดทุกวันด้วยเครื่องดูดฝุ่น ก่อนนอนสัก 2 ชั่วโมง อย่าให้มีสิ่งใดหกรดเปรอะเปื้อนพื้น อาจต้องใช้น้ำยาทำความสะอาดพรมแบบโฟมทำความสะอาด และรีบดูดฝุ่นทันที เปิดประตูหน้าต่างให้ระบายอากาศ อย่าให้อับชื้น
  • เครื่องดูดฝุ่นชนิดดูดน้ำได้ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับห้องปูพรม เพราะมีโอกาสเสมอที่จะมีเครื่องดื่ม หรือของเหลวต่างๆ หกลงพรม การใช้เครื่องดูดฝุ่นธรรมดา น้ำจะทำให้เครื่องดูดฝุ่นธรรมดาเสียได้ หลังดูดของเหลวที่หกแล้วคุณอาจใช้น้ำยาทำความสะอาดเทลงไป แล้วแปรงให้ทั่ว รีบดดูดออก ถ้าเป็นพรมชนิดเปียกน้ำได้ แล้วดูดอีกครั้งก่อนซับน้ำให้แห้ง หากเป็นพรมที่เปียกน้ำไม่ได้ หรือติดตั้งถาวร ต้องใช้โฟมทำความสะอาดพรม บีบให้โฟมท่วมบริเวณเลอะเทอะ ใช้แปรงปัดให้ทั่วถึง แล้วดูดเศษโฟมและสิ่งสกปรกออกให้หมด
  • เครื่องกรองอากาศคุณภาพสูง ที่มีประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นผงที่เล็กกว่า 0.1 ไมครอน เป็นสิ่งจำเป็นที่คุณต้องใช้ทุกวัน โดยเฉพาะเวลานอน
  • สอบถามผู้ที่จำหน่าย/ติดตั้ง/ปูพรม ถึงการบำรุงรักษา ความสะอาด ควรทำความสะอาดใหญ่ เป็นประจำตามที่ช่างแนะนำ ตามชนิดของพรม เช่น อาจต้องใช้เครื่องซักพรมทุก 3 เดือน หรือต้องรื้อมาซักทั้งหมดเพื่อป้องกันเชื้อราปีละครั้ง เป็นต้น

 

ถ้าพื้นเป็นกระเบื้องเคลือบ

  • เป็นข้อแนะนำที่ดี สำหรับพื้นห้องที่ต้องการความสะอาดที่ง่ายและได้ผลดี เลือกกระเบื้องชนิดทำความสะอาดง่าย ไม่ลื่นแม้เวลาเปียก การทำความสะอาดเพียงใช้ไม้ม๊อบ ผสมน้ำยาทำความสะอาดเจีอจาง เช็ดถูได้เลย แล้วใช้ผ้าหมาด หรือผ้าแห้ง เช็ดให้แห้ง หรือปล่อยให้แห้งเองก็ได้ การเช็ดทุกวัน จะทำให้ทำความสะอาดง่าย และรวดเร็ว
  • กรณีมีรอบเปื้อน รอบคราบ เครื่องดื่มของเหลวหกเลอะเทอะ ควรรีบทำความสะอาด เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเชื้อโรค อาจใช้ใยสังเคราะห์ ช่วยขัดพร้อมน้ำยาทำความสะอาด แล้วเช็ดด้วยผ้าหมาดให้แห้ง อย่าใช้แปรงหรือฝอยโลหะ หรือใยสังเคราะห์ที่แข็งกระด้างเช็ด จะมีรอยขีดข่วนเป็นแหล่งสะสมสิ่งสกปรก

ถ้าพื้นเป็นกระเบื้องยาง

  • นิยมในการปูพื้นทั่วไป เพราะราคาถูก ไม่ลื่น ทำความสะอาดง่าย แต่อายุการใช้งานไม่นานเท่ากระเบื้อง ทำความสะอาดโดยใช้ไม้ม๊อบชุบน้ำ บิดหมาด เช็ดถูทุกวัน
  • ระวังอย่าให้พื้นเปียกแฉะ น้ำจะซึมลงไปในร่องยาง เป็นแหล่งสะสมของเชื้อรา และกระเบื้องร่อนบิดงอ หากมีน้ำหกเลอะ รีบเช็ดให้แห้งโดยเร็ว
  • อายุการใช้งานของพื้นกระเบื้องยาง มักเสื่อมไวกว่าพื้นแบบอื่น สังเกตว่าเริ่มหดตัวจนมีรอยแยกระหว่างชิ้นกระเบื้อง ทำให้ลอกร่อน แอ่นงอ แตกหัก กร่อนผุเป็นหลุม ควรพิจารณาเปลี่ยน

หากเป็นพื้นชนิดอื่น

  • คงมีอีกมากที่ไม่ได้กล่าวถึง เช่น พื้นหินอ่อน พื้นแกรนิต พื้นกระเบื้องโบราณ พื้นเสื่อ พื้นผ้าทอ ฯลฯ คุณต้องเรียนรู้การดูและรักษาและทำความสะอาดให้มากกว่าปกติ บางอย่างไม่สามารถใช้น้ำยาบางชนิดได้ บางอย่างต้องมีการเคลือบบำรุง บางอย่างใช้กลางแจ้งโดนแดด ไม่ได้
  • ไม่ว่าจะเป็นพื้นชนิดใด ควรดูแลให้สะอาดทุกวันหรือเว้นวัน คุณถึงจะสุขภาพดีได้
  • ไม่ว่าจะเป็นพื้นชนิดใด มีอายุการใช้งาน มีระยะเวลาที่ต้องทำความสะอาด ให้เหมาะสม หากทรุดโทรมเสียหาย ต้องซ่อม หรือเปลี่ยนทันที

อย่าลืมความสะอาดในห้องนอน

  • ห้องนอนเหมือนห้องรับแขก ที่ต้องดูแลความสะอาดทุกวัน ทุกอย่างที่นำเข้ามาในห้อง พื้นห้อง ผนังห้อง เพดานห้อง ล้วนต้องทำความสะอาด ทุกชิ้นสร้างฝุ่นได้เองจากการย่อยสลายตามอายุไขของมันเอง กลายเป็นฝุ่นผงที่อาจเล็กจนเรามองไม่เห็นฟุ้งลอยในอากาศเพิ่มขึ้นทุกวัน ห้องนอนควรมีของน้อยชิ้นที่สุด หาชิ้นที่ทำความสะอาดง่าย ไม่เป็นที่อยู่ของแมลง มด ปลวก สิ่งไม่จำเป็นต้องใช้ควรย้ายออกไปให้หมด
  • สิ่งที่มีในห้องนอน ต้องทำความสะอาดได้ง่าย และทำความสะอาดเป็นประจำ เช่น โต๊ะอ่านหนังสือควรเช็ดถูได้ง่าย  ผ้าม่านควรถอดซักได้ หรือใช้แบบม่านบังแดดพลาสติกที่ฝุ่นไม่ค่อยเกาะ ฯลฯ รวมทั้งที่นอน ต้องตากแดดได้ หรือใช้เครื่องรีดผ้าไอน้ำ เพื่อทำความสะอาดด้วยไอน้ำ ผ้าปูควรเปลี่ยนใหม่ทุก 3-4 วัน ผ้าห่มเปลี่ยนสัปดาห์ละครั้ง เป็นต้น
  • อย่าทำห้องสกปรก อย่าเติมฝุ่นผงในห้องนอน เช่นการทาแป้งในห้องนอน การสะบัดผ้า การปัดฝุ่นบนเตียง การกระโดดเล่นบนเตียง การปัดฝุ่น การตบหมอมนให้นุ่มฟู
  • หากไม่มีเวลาทำความสะอาดทุกชิ้นทุกวัน อย่าละเลยพื้นและที่นอน และหาวันสักวันหนึ่งในแต่ละเดือน ทำความสะอาดทุกซอกทุกมุม ย้ายที่จัดวางทำความสะอาดไม่ให้มีจุดอับ 
  • การเปิดประตูหน้าต่าง เพื่อระบายอากาศ เป็นเรื่องที่ควรทำทุกวัน เนื่องจากการย่อยสลายของสิ่งของในห้องจะทำให้ฝุ่นสูงกว่าภายนอก ซึ่งมีผลเสียต่อสุขภาพมาก อาจใช้พัดลมเป่าออกไปด้านหนึ่ง จะทำให้กลิ่นอับชื้นลดลง ฝุ่นละอองลดลง ความชื้นลดลง ทำให้เราใช้อาศัย พักนอน ได้สบายขึ้น

ทุกคนทราบว่ามันยาก ที่จะทำความสะอาดขนาดนี้ ต้องใช้เวลามาก ลองทำความสะอาดใหญ่สักครั้ง ย้ายของรกออกไปให้หมด แล้วคุณจะใช้เวลาทำความสะอาดไม่กี่นาที ก็จะได้ห้องนอนในฝัน ที่ทำให้คุณสุขภาพดีเยี่ยมจากการได้นอนหลับสบายเต็มอิ่มได้แล้ว